Page 79 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 79

ให้อยู่ในเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ หรือเพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางประการในรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมกับสภาพปัญหา
        ที่เกิดขึ้น ตามแนวทางของกฎหมายต่างประเทศ รวมทั้งอาจต้องมีการตรากฎหมายล�าดับรองเป็นการเฉพาะส�าหรับการห้าม

        เลือกปฏิบัติด้วยเหตุนี้


                 (๓)  ข้อเสนอแนะเฉพาะประเด็นการเลือกปฏิบัติ
                     (๓.๑)  กรณีการเลือกปฏิบัติในมิติของสินค้า บริการ ในภาคเอกชน ควรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ
        ผู้ประกอบการให้บริการ ผู้ประกอบการจ�าหน่ายสินค้า ให้เห็นความส�าคัญถึงการให้บริการอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ

        เปลี่ยนแปลงทัศนคติทางลบที่มีต่อบุคคลที่แตกต่างกันด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ
                     (๓.๒)  กรณีประวัติอาชญากรรมที่น�ามาใช้ในบริบทของการจ้างงาน เสนอให้ก�าหนด “ประวัติอาชญากรรม”
        เป็นเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติประการหนึ่ง โดยเฉพาะในมิติของการจ้างแรงงานและการประกอบอาชีพ โดยอาจก�าหนดเหตุ

        ดังกล่าวไว้ในกฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติอันเป็นกฎหมายกลาง ซึ่งมีขอบเขตใช้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนดังเช่น
        กฎหมายออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับลักษณะงาน จึงควรก�าหนดข้อยกเว้นให้
        มีการปฏิบัติที่แตกต่างได้หากประวัติอาชญากรรมนั้นเกี่ยวข้องกับ “คุณสมบัติอันเป็นสาระส�าคัญของงาน” (Inherent
        Requirement Exception) ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
                     (๓.๓)  กรณีการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech) อาจพิจารณา ๑) ก�าหนดกฎหมาย

        เฉพาะในกรณีของ “Hate Speech” ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตาม
        กฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือ ๒) ในระหว่างที่ยังไม่มีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะดังกล่าว มีข้อเสนอว่า การสื่อสารที่แสดงความ
        เกลียดชังด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติต่าง ๆ เช่น รสนิยมทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ จัดอยู่ในการกระท�าอันเป็นการละเมิด

        สิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่ในอ�านาจของ กสม. ที่จะตรวจสอบและเสนอมาตรการแก้ไขได้
                     (๓.๔)  กรณีการคุกคาม (Harassment) เสนอให้ ๑) ก�าหนดกฎหมายเฉพาะในกรณีของ “Hate Speech”
        ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือ ๒) ใน
        ระหว่างที่ยังไม่มีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะดังกล่าว เสนอว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในอ�านาจของ กสม. ที่จะตรวจสอบและเสนอ
        มาตรการแก้ไขได้

                     (๓.๕)  กรณีสิทธิปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุมโนส�านึก เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเกณฑ์
        ทหารพิจารณาประเด็นการเลือกปฏิบัติในมิติต่างๆ ได้แก่ ๑) มโนธรรมหรือความเชื่อ ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
        กันกับความเชื่อตามศาสนา หากมีข้อยกเว้นการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุศาสนา ก็ควรมีข้อยกเว้นส�าหรับ มโนส�านึก

        (Conscience) ด้วย ๒) ควรมีทางเลือกอื่นในการ “รับใช้ชาติ” (National Alternative Service)  นอกจากการเกณฑ์ทหาร
        ๓) หากมีการก�าหนด ทางเลือกอื่นในการ “รับใช้ชาติ” (National Alternative Service) ก็ควรต้องไม่มีลักษณะการเลือก
        ปฏิบัติ
                     (๓.๖)  กรณีเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติที่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ อาทิ ประวัติอาชญากรรม ผู้ติดเชื้อเอชไอวี
        การให้นมบุตรจากอก เสนอให้มีการบัญญัติเพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางอย่างเหล่านี้ไว้ให้ชัดเจนในกฎหมายเฉพาะ

        เพื่อคุ้มครองความเท่าเทียมกันของบุคคลที่อยู่ในกลุ่มหรือเกี่ยวข้องกับเหตุเหล่านี้


                 (๔)  ข้อเสนอในการต่อยอดการวิจัย

                     (๔.๑)  ควรมีการศึกษาวิเคราะห์จัดท�าร่างกฎหมายกลางเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติเพื่อด�าเนินการรับฟังความคิดเห็น
        และเข้าสู่กระบวนการเสนอกฎหมายตามล�าดับต่อไป
                     (๔.๒)  เสนอให้มีการต่อยอดการวิจัยในบริบทของกฎหมายปกครอง ในประเด็นขอบเขตความหมายของการ
        เลือกปฏิบัติ เพื่อเปรียบเทียบและจ�าแนกความแตกต่างกับความหมายและขอบเขตของการเลือกปฏิบัติในบริบทกฎหมาย
        สิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนในการพิจารณากฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องต่อไป

                     (๔.๓)  เสนอให้มีการต่อยอดการวิจัย โดยให้มีการศึกษาประเด็นเฉพาะกรณีศึกษาเป็นรายกรณีในเชิงลึกต่อไป


                ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  70  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84