Page 74 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 74

ทั้งนี้ ความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายเชิงโครงสร้างของประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) คือ วิสัยทัศน์
            อาเซียนและพิมพ์เขียวประชาคมเสาหลักทั้งสามของอาเซียนจะเอื้อให้การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวพัน

            กับทั้งสามเสาหลักสามารถด�าเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ โดยประเด็นโครงสร้างดังกล่าวและการพัฒนาหรือปรับปรุงกลไก
            สิทธิมนุษยชนของ AC จะส่งผลโดยตรงต่อจ�านวนและคุณภาพที่เพิ่มมากขึ้นของตราสารสิทธิมนุษยชนในอาเซียนต่อไป


                     ข้อเสนอแนะ
                     (๑) ในระดับประเทศ ประเทศไทยสามารถเสริมสร้างบทบาทด้านสิทธิมนุษยชนได้โดยการเข้าเป็นภาคีในตราสาร

            สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พิจารณาถอนข้อสงวนต่อตราสารที่ได้เข้าเป็นภาคีแล้ว และเสริมสร้างประสิทธิภาพการ
            อนุวัติการตามพันธกรณีเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ประเทศสมาชิกอื่น ๆ นอกจากนั้น ยังสามารถด�าเนินการให้ความช่วยเหลือ
            ประเทศสมาชิกทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความช่วยเหลือทางเทคนิคในประเด็นการส่งเสริมและคุ้มครอง

            สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับประเทศ
                     (๒) การด�าเนินการในระดับภูมิภาค ประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนสามารถผลักดัน
            ให้มีการปรับปรุงกลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียนและการสร้างคุณภาพตราสารสิทธิมนุษยชนที่อาเซียนจะพัฒนาขึ้นต่อไป


                     การน�าไปใช้ประโยชน์

                     น�าไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติตามภารกิจขององค์กร เช่น การตรวจสอบเรื่องร้องเรียน  การประเมิน
            สถานการณ์สิทธิมนุษยชน เป็นต้น น�าไปเผยแพร่ในห้องสมุด/เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์                              ผลการดำ  เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙


             ๕) การศึกษาวิจำัย เรื่อง “กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ”

                     ผู้ศึกษาวิจัย : มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (รศ.คณาธิป ทองรวีวงศ์)
                     สาระส�าคัญของการศึกษาวิจัย
                     โครงการศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา รวบรวม วิเคราะห์กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กลไก
            ด้านสิทธิมนุษยชน แนวคิด แนวปฏิบัติ สภาพการเลือกปฏิบัติ เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ สภาพการให้ความคุ้มครองบุคคล

            อย่างเสมอกันตามกฎหมาย และไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างกันในเรื่องต่าง ๆ ตามที่รับรองใน   บทที่
                                                                                                                   ๓
            หลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และจัดท�าข้อเสนอ มาตรฐาน และ/หรือแนวทางในการก�าหนดให้มีกติกา
            กลางว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ



                     เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเกี่ยวกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติและมิติแห่งการเลือกปฏิบัติ ประกอบกับ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ
            มาประกอบกันเป็นกรอบการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน (Distinction and Differentiation) เพื่อ
            ให้สามารถจ�าแนกว่า กรณีใดเป็นกรณีของการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกรณีใดไม่อยู่ในขอบเขตการเลือก
            ปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยมีข้อค้นพบ ดังนี้

                     (๑) การเลือกปฏิบัติโดยตรง (Direct Discrimination)
                         แนวการพิจารณาความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันคือ การปฏิบัติเหมือนกันต่อสิ่งที่มีสาระส�าคัญเช่น
            เดียวกัน และการปฏิบัติที่แตกต่างกันต่อสิ่งที่มีสาระส�าคัญแตกต่างกัน ดังนั้น หากมีการปฏิบัติต่างกันต่อสิ่งที่มีสาระส�าคัญเช่น

            เดียวกัน หรือการปฏิบัติเหมือนกันต่อสิ่งที่มีสาระส�าคัญแตกต่างกัน ก็จัดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและขัดต่อหลักความเท่าเทียมกัน
            การพิจารณาเช่นนี้สอดคล้องกับหลักการเลือกปฏิบัติโดยตรง


                     (๒) การเลือกปฏิบัติโดยอ้อม (Indirect Discrimination)
                         การเลือกปฏิบัติโดยอ้อมมีองค์ประกอบส�าคัญ คือ กฎเกณฑ์ที่พิพาทนั้นเมื่อพิจารณาภายนอกโดยทั่วไปแล้ว

            จะเห็นได้ว่ามีลักษณะเป็นกลาง (Neutral on Its Face / Facially Neutral) กล่าวคือ ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง


                    ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  65  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79