Page 76 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 76

(๕) มาตรการยืนยันสิทธิเชิงบวก (Affirmative Action, Special Measure, Positive Action, Positive
            Measure, Reverse Discrimination, Positive Discrimination)

                         แม้ว่าเนื้อหาสาระมีลักษณะเป็นการปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่างกัน เนื่องจากมีการให้สิทธิพิเศษ (Preferential
            Treatment) แก่บุคคลบางกลุ่ม แต่กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศภายใต้กรอบสหประชาชาตินั้น นอกจากจะรับรองว่า
            มาตรการดังกล่าวไม่เป็นการเลือกปฏิบัติแล้ว ยังก�าหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดให้มีมาตรการดังกล่าวเพื่อแก้ไข
            การเลือกปฏิบัติโดยพฤตินัย (De Facto Discrimination) และเพื่อบรรลุถึงความเท่าเทียมกันเชิงสาระ (Substantive Equality)
            อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือเกณฑ์ที่กฎหมายระหว่างประเทศก�าหนดไว้

                         ตามกฎหมายไทยนั้น ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายล�าดับรองของไทยมีการวางหลักมาตรการ
            ยืนยันสิทธิเชิงบวกหรือมาตรการพิเศษเพื่อให้บุคคลบางกลุ่มที่เสียเปรียบได้มีความเสมอภาคกับบุคคลอื่น  อย่างไรก็ตาม
            ข้อแตกต่างระหว่างกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศประการส�าคัญอันหนึ่งคือ จากกฎหมายต่างประเทศนั้นพบว่า

            เมื่อมาตรการนั้นตกอยู่ในขอบเขตของ “Affirmative Action” แล้ว จะไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) หรืออาจ
            กล่าวได้ว่าเป็นข้อยกเว้นของการเลือกปฏิบัติ แต่ถ้ามาตรการนั้น ไม่เข้าองค์ประกอบหรือไม่อยู่ในขอบเขตของ “Affirmative
            Action” แล้ว จะถือเป็นการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ส่วนรัฐธรรมนูญของไทย หากมาตรการดังกล่าวไม่เข้าองค์ประกอบ
            ของวรรคสามตามรัฐธรรมนูญ ก็จะเรียกมาตรการนั้นว่า “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม”



                     (๖) หลักขอบเขตแห่งดุลพินิจ (Margin of Appreciation)
                         หลักการนี้พัฒนาขึ้นในบริบทของคดีตามอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนยุโรป โดยกฎหมายหรือนโยบายของรัฐซึ่งมี
            ลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติอาจใช้บังคับได้โดยไม่ขัดต่อหลักการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ กล่าวคือ รัฐอาจก�าหนด ผลการดำ  เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙

            กฎหมายภายในที่แตกต่างจากพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศได้ภายใต้เหตุผลความจ�าเป็นบางประการ แต่ต้องเป็น
            กรณี “เหตุผลที่มีน�้าหนักเพียงพอ”  (Very Weighty Reasons)  ซึ่งไม่ถือเป็น “การเลือกปฏิบัติ” ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                     (๗) ขอบเขตของการเลือกปฏิบัติในกรอบกฎหมายสิทธิมนุษยชน จ�าแนกได้ ๓ กรณีหลักดังนี้
                         (๗.๑)  กรณีการปฏิบัติที่อยู่ในขอบเขตและไม่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชน สามารถจ�าแนกออก

            เป็น ๕ กรณีย่อยดังต่อไปนี้                                                                             บทที่
                                                                                                                   ๓
                             (๗.๑.๑) การเลือกปฏิบัติในขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชน
                                      พบว่า มีกรณีค�าร้องต่อ กสม. และค�าพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการ

            เลือกปฏิบัติและเข้าองค์ประกอบของการเลือกปฏิบัติในกรอบกฎหมายสิทธิมนุษยชน
                             (๗.๑.๒) การปฏิบัติที่แตกต่างกัน อันไม่อยู่ในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการห้ามเลือก
            ปฏิบัติ: กรณีจากค�าร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                      พบว่า หลายกรณีผู้ร้องอ้างว่า “ถูกเลือกปฏิบัติ” แต่หากพิจารณาในกรอบความหมายและ
            ขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชนแล้ว กรณีเหล่านั้นไม่จัดอยู่ในขอบเขตของการเลือกปฏิบัติ

                             (๗.๑.๓) การปฏิบัติที่แตกต่างกัน อันไม่อยู่ในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการห้ามเลือก
            ปฏิบัติ: กรณีจากค�าพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ
                                      พบว่า หลายคดีมีการกล่าวอ้างว่าเกิดการเลือกปฏิบัติในขอบเขตที่กว้างกว่าการเลือกปฏิบัติ

            ตามนัยกฎหมายสิทธิมนุษยชน แต่แม้ศาลจะตัดสินว่าไม่เป็นการเลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ในหลายคดีก็มิได้ให้เหตุผลใน
            การวินิจฉัยชัดเจนลงไปว่ากรณีเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ” อย่างไรก็ตาม จากค�าพิพากษาหลายคดีก็ชี้
            ให้เห็นว่าศาลน�าองค์ประกอบอื่นของการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้
                             (๗.๑.๔) การปฏิบัติที่แตกต่างกัน อันไม่อยู่ในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการห้ามเลือก
            ปฏิบัติ: กรณีค�าวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ คณะกรรมการกฤษฎีกา

                                      พบว่า บางค�าวินิจฉัยมีขอบเขตที่กว้างกว่าเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                    ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  67  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   71   72   73   74   75   76   77   78   79   80   81