Page 72 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 72
ข้อเสนอแนะ
(๑) การส่งเสริมและประยุกต์ใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
ควรส่งเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับชุดหลักการและมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแสดงความรับผิดชอบของธุรกิจ
ต่อสังคม (CSR) แก่เจ้าหน้าที่ส�าหรับใช้ในการปฏิบัติงาน
(๒) การจัดท�าฐานข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยภาคเอกชน
เพื่อเป็นเครื่องมือในการก�ากับและติดตาม โดยครอบคลุมข้อมูลขั้นต�่า ได้แก่ (๑) ประเภทธุรกิจ
(๒) ชื่อ ที่อยู่ และประเภทธุรกิจของบริษัทแม่ (ถ้ามี) (๓) มาตรฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม
ทั้งมาตรฐานสากลและมาตรฐานในประเทศที่บริษัทนั้น ๆ และบริษัทแม่ (ถ้ามี) ประกาศว่ารับหลักการหรือเป็นภาคีสมาชิก
(๔) เนื้อหาในมาตรฐานแต่ละมาตรฐานซึ่งข้อเท็จจริงจากกรณีที่บริษัทถูกร้องชี้ชัดว่าเป็นการละเมิด
(๓) การเผยแพร่บทสรุปผลการตรวจสอบ และจัดท�าข้อเสนอแนะต่อบริษัท
กสม. ควรเผยแพร่บทสรุปผลการตรวจสอบกรณีที่ชัดเจนว่า บริษัทมีส่วนในการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อเปิด
โอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนโดย
รวมให้เห็นความส�าคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนมากขึ้น
(๔) สร้างกลไกความร่วมมือกับหน่วยงานก�ากับดูแลเอกชนในไทย
กสม. ควรหารือกับหน่วยงานที่มีบทบาทก�ากับดูแลภาคเอกชน เช่น ส�านักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) สมาคม
บริษัทจดทะเบียนไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เป็นต้น
เพื่อขับเน้นประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนให้เป็นที่ตระหนักในวงกว้างมากขึ้น ผลการดำ เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
(๕) ความร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชนระหว่างประเทศ
กสม. ควรพิจารณาหารือกับองค์กรภาคเอกชนระหว่างประเทศที่มีบทบาทในการสร้างความตื่นตัวและตระหนัก
ในประเด็นสิทธิมนุษยชนของภาคธุรกิจ และร่วมมือกันยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในไทย
(๖) การจัดท�าแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP)
กสม. ควรพิจารณาริเริ่มให้เกิดกระบวนการจัดท�าแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
(National Action Plan on Business and Human Rights - NAP) เพื่อใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการเริ่มสร้างความตระหนัก บทที่
๓
และการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคธุรกิจ รัฐ และประชาสังคม
การน�าไปใช้ประโยชน์
สามารถน�าไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นข้อมูล
ในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจด�าเนินธุรกิจโดยเคารพสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ในห้องสมุด/ผ่านเว็บไซต์ และจัดพิมพ์เป็นหนังสือ
เผยแพร่
๔) การศึกษาวิจำัย เรื่อง “พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน”
ผู้ศึกษาวิจัย : มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (ดร.เสรี นนทสูติ)
สาระส�าคัญของการศึกษาวิจัย
โครงการศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือก รวบรวมตราสารในกรอบความร่วมมือของอาเซียน ทั้งใน
รูปแบบของสนธิสัญญา ข้อตกลง ปฏิญญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชน และ/หรือเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อ
สิทธิมนุษยชนอย่างสูง โดยเฉพาะที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย (hard law) จากรายการที่ส�านักเลขาธิการอาเซียนได้รวบรวมไว้
ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๖๗ - ๒๐๑๒ (พ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๕๕) และที่ได้มีการจัดท�าหรือรับรองขึ้นหลังจากนั้นจนถึงวันท�าสัญญา
จ้าง (๓๐ กันยายน ๒๕๕๘) และเพื่อจัดหมวดหมู่ และสรุปสาระ/ประเด็นส�าคัญของตราสารตามที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าว
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของตราสารฉบับนั้น ๆ
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 63 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

