Page 44 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 44

รายงานฯ  ที่  ๔๙๐-๔๙๑/๒๕๕๘  เรื่อง สิทธิและสถานะบุคคลอันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิแรงงาน  กรณีศูนย์
            พัฒนาฝีมือแรงงานจำังหวัดเชียงใหม่ไม่ให้การรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน เนื่องจำาก
            ไม่มีสัญชาติไทย (รวม ๒ รายงาน)



                     ประเด็นค�าร้อง
                     ผู้ร้อง ๒ ราย ได้ร้องเรียนต่อ กสม. ว่า ผู้ร้องทั้งสองเป็นชาวไทใหญ่ได้เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพ โดยผู้ร้องที่ ๑
            ได้ฝึกอาชีพแผนกผู้ประกอบอาหารไทย ระหว่างวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ และผู้ร้องที่ ๒

            ได้ฝึกอาชีพแผนกการตัดเย็บเสื้อผ้าสตรีเบื้องต้น ระหว่างวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ผู้ร้อง
            ทั้งสองคนได้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรเตรียมเข้าท�างาน ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ต�าบลดอนแก้ว อ�าเภอ
            แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากองค์การแพลน ประเทศไทย ภายหลังจากจบหลักสูตร ศูนย์

            พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงใหม่กลับปฏิเสธที่จะให้วุฒิบัตรรับรองการฝึกอาชีพ เนื่องจากผู้ร้องทั้งสองไม่มีสัญชาติไทย
            ผู้ร้องเห็นว่าวุฒิบัตรดังกล่าวจะสามารถรับรองการผ่านการฝึกอบรมเพื่อที่ผู้ร้องจะได้ใช้ประโยชน์ในการท�างานหาเลี้ยงชีพ
            จึงร้องเรียนต่อ กสม. เพื่อขอให้ตรวจสอบ


                     การด�าเนินการของ กสม.

                     กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปยังศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ กรมพัฒนา
            ฝีมือแรงงาน และกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาด�าเนินการตามข้อเสนอแนะ ดังนี้                                  ผลการดำ  เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙



                     ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย
                     ควรมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับการเข้าถึงสิทธิในการฝึกอาชีพของคนต่างด้าว คือ ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือ
            แรงงานว่าด้วยการฝึกเตรียมเข้าท�างาน พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘ (๓) ที่ก�าหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับการฝึกว่าต้องมีสัญชาติไทย
            ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเพื่อทักษะเพื่อเตรียมเข้าท�างาน ประกอบกับประเทศไทยก�าลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
            จึงควรเปิดโอกาสให้กับบุคคลทุกคนสามารถเข้าถึงหลักสูตรดังกล่าวได้ ดังนั้น รัฐจึงควรก�าหนดให้บุคคลทุกคนไม่ว่าจะเป็น

            คนไทยหรือคนต่างด้าวมีสิทธิเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าวได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักประกัน   บทที่
                                                                                                                   ๓
            สิทธิของทุกคนให้มีความเสมอภาคกันตามกฎหมาย โดยไม่จ�าแนกตามเชื้อชาติ หรือชาติ หรือเผ่าพันธุ์ก�าเนิด โดยเฉพาะสิทธิ
            ในการได้รับการศึกษาและการฝึกอบรมเพื่อให้สอดคล้องหลักการที่ก�าหนดไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง

            และสิทธิทางการเมือง ข้อ ๒๖ และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ ข้อ ๕ (ฉ) (๕)


                     ผลการด�าเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                     (๑)  กระทรวงแรงงาน มีหนังสือ ที่ รง ๐๔๑๑/๑๐๓๓๕ ลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ แจ้งว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
            พิจารณาได้ออกระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงานว่าด้วยการฝึกเตรียมเข้าท�างาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน

            พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยยกเลิกคุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ก�าหนดให้ต้องมีสัญชาติไทยแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะ
            เชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายของ กสม.
                     (๒)  ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ มีหนังสือ ที่ ๐๔๐๖.๑๐.๓/๒๑๔๓ ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๘ แจ้งว่า

            กรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาได้ออก ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงานว่าด้วยการฝึกเตรียมเข้าท�างาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
            ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยยกเลิกคุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ก�าหนดให้ต้องมีสัญชาติไทยแล้ว
            ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายของ กสม. แล้ว









                    ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  35  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49