Page 40 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 40
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
(๑) บริษัท อ. สมควรพิจารณาด�าเนินการชดเชยและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
จากการด�าเนินโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ทั้งชาวบ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่และชาวบ้านที่อยู่นอกพื้นที่แต่ได้รับผลกระทบ
จากการด�าเนินการ โดยให้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาด�าเนินการชดเชยเยียวยาของบริษัทฯ
ในทุกขั้นตอน จนกระทั่งผู้ได้รับผลกระทบได้รับการชดเชยเยียวยาแล้วเสร็จอย่างเป็นธรรม
(๒) คณะรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรจัดตั้งกลไกหรือ
ก�าหนดภารกิจการก�ากับดูแลการลงทุนในต่างประเทศของผู้ลงทุนสัญชาติไทยให้เคารพต่อหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน
โดยน�าหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน : การปฏิบัติตามกรอบการคุ้มครอง เคารพ เยียวยา
(United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : Implementing the Protect, Respect,
Remedy Framework (2554)) มาเป็นกรอบในการด�าเนินการ
ผลการด�าเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๑) ส�านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร ๐๕๐๓/๒๗๕๘ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙ แจ้งว่า
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙ รับทราบผลการพิจารณาค�าร้องเพื่อเสนอแนะเชิงนโยบาย เรื่อง
สิทธิชุมชน กรณีโครงการท่าเรือน�้าลึกและเขตเศรษฐกิจทวายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่ประเทศไทยร่วมลงนาม
ในบันทึกข้อตกลงในการพัฒนา ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวทวายและมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงาน
หลักรับไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอดังกล่าว และสรุปผล
การพิจารณาหรือผลการด�าเนินการกรณีดังกล่าวในภาพรวม ผลการดำ เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
(๒) ส�านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร ๐๕๐๓/๑๗๕๑๓ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙ แจ้งว่า
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ รับทราบผลการด�าเนินการตามรายงานผลการพิจารณาค�าร้อง
เพื่อเสนอแนะนโยบาย เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีโครงการท่าเรือน�้าลึกและเขตเศรษฐกิจทวายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ที่ประเทศไทยร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงในการพัฒนา ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวทวาย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ
ได้เสนอรายงานผลการด�าเนินการตามข้อเสนอของ กสม. โดยสรุปสาระส�าคัญ ได้ดังนี้
กระทรวงการต่างประเทศได้จัดการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันพิจารณาข้อเสนอ บทที่
๓
ของ กสม. เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ ส�านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ส�านักงานความร่วมมือ
พัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) คณะกรรมการก�ากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ประชุม
มีความเห็นโดยสรุป คือ
(๒.๑) กรณีโครงการท่าเรือน�้าลึกและเขตเศรษฐกิจทวาย ร่างขอบเขตงาน (TOR) ของสัญญาหรือข้อตกลง
ที่จะมีขึ้นในอนาคตส�าหรับโครงการทั้งหมดระบุว่า ให้ด�าเนินการตามแผนการย้ายคนออกจากพื้นที่และการให้ค่าชดเชย
อย่างเป็นระบบมากขึ้นตามมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยรัฐของประเทศเจ้าบ้าน (เมียนมา) คือ ผู้ด�าเนินการจัดสรรให้
เงินชดเชยและสร้างที่อยู่ใหม่ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเอกชนผู้ที่ได้รับสัมปทานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย นอกจากนี้
รัฐบาลไทยโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศได้ด�าเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่
(๒.๒) มติที่ประชุมสนับสนุนในหลักการตามข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของ กสม. ที่เสนอให้มีกลไกก�ากับ
ดูแลหรือสนับสนุนภาคเอกชนให้เคารพต่อหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน โดยรัฐควรมีหน้าที่ส่งเสริมให้เอกชนมี
ความรับผิดชอบต่อสังคมในการลงทุนทั้งไทยและการลงทุนของผู้ลงทุนสัญชาติไทยในต่างประเทศ
(๒.๓) ปัจจุบันประเทศไทยมีการปฏิบัติที่สอดคล้องและส่งเสริมหลักการแห่งสหประชาชาติด้านธุรกิจและ
สิทธิมนุษยชน : การปฏิบัติตามกรอบการคุ้มครอง เคารพ เยียวยา เช่น ยุทธศาสตร์การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของ
ภาคธุรกิจ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๐) จัดท�าโดยคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ การก�าหนดให้
บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุสาระเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในรายงานประจ�าปี พระราชบัญญัติ
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 31 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

