Page 49 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 49
ส�านักงานศาลยุติธรรม ส�านักงานอัยการสูงสุด และส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๙ โดยที่ประชุม
พิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายที่บังคับอยู่ในปัจจุบันมีการด�าเนินการเกี่ยวกับการพิมพ์ลายนิ้วมือและการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา
ในคดีอาญาที่ครอบคลุมแล้ว ทั้งในส่วนของการก�าหนดหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท�าความผิดทางอาญาพิมพ์ลายนิ้วมือ
และก�าหนดหน้าที่ออกค�าสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท�าความผิดทางอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ
ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ ๒๕ สามารถน�ามาบังคับใช้ได้โดยไม่มีความขัดแย้งกัน ทั้งนี้ หากผู้ถูกกล่าวหาขัดขืน
ไม่พิมพ์ลายมือต้องได้รับโทษทางอาญาก�าหนดระวางโทษจ�าคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจ�าทั้งปรับ
ซึ่งเป็นผลร้ายต่อผู้ถูกกล่าวหามากกว่าการพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่ประชุมจึงมีความเห็นสอดคล้องกันว่า การปรับปรุงกฎหมาย
ตามข้อเสนอเพื่อให้เจ้าพนักงานมีอ�านาจบังคับผู้ต้องหาจะท�าให้กฎหมายมีสภาพบังคับมากเกินไป โดยเป็นกรณีที่กระทบสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของบุคคล จึงไม่มีความจ�าเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายในขณะนี้
(๒.๒) ส�านักงานอัยการสูงสุดเห็นว่า ในปัจจุบันกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการด�าเนินการให้ได้มาซึ่งลายพิมพ์
นิ้วมือเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อรู้ตัวผู้กระท�าความผิดพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์
การก�าหนดอ�านาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานให้สามารถออกค�าสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท�าความผิดทางอาญาพิมพ์ลายนิ้วมือ
รวมทั้งการก�าหนดโทษทางอาญาในกรณีฝ่าฝืนค�าสั่งที่ครอบคลุมแล้ว ในขณะนี้จึงยังไม่มีความจ�าเป็นปรับปรุงกฎหมายตาม
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายในประเด็นดังกล่าว
(๒.๓) ส�านักงานศาลยุติธรรมพิจารณาแล้ว เห็นชอบด้วยกับรายงานผลการพิจารณาตามข้อเสนอแนะ
เชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประกาศ
คณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ ๒๕ เรื่องการด�าเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญาตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ
(๒.๔) ส�านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ ๒๕ เรื่อง
การด�าเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญาว่าด้วยการยุติธรรมทางคดีอาญาเป็นกฎหมายเฉพาะที่ก�าหนดให้ผู้ต้องหา
มีหน้าที่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือหรือลายเท้า ตามค�าสั่งของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน และก�าหนดโทษ
ฝ่าฝืนค�าสั่งเจ้าพนักงานดังกล่าวไว้ ประกอบกับมาตรา ๑๓๒ (๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติให้
พนักงานสอบสวนมีอ�านาจในการพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายมือ ลายเท้า กับให้บันทึกรายละเอียดทั้งหลาย น่าจะกระท�าให้คดีกระจ่างขึ้น
ดังนั้น จึงเห็นว่าบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวได้บัญญัติครอบคลุมเรื่องการด�าเนินการเกี่ยวกับการพิมพ์ลายนิ้วมือและ
การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังไว้ชัดเจนแล้ว จึงไม่มีความจ�าเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อเพิ่มอ�านาจ
เจ้าพนักงานแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับผลการพิจารณาและมติที่ประชุมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของข้อเสนอแนะ
เชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๙
๓.๒ งานด้านการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และกฎ
กสม. ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระท�าหรือละเลยการกระท�าอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ
มีข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จ�านวน ๔๐ เรื่อง รายละเอียดตามตารางที่ ๖
ตารางที่ ๖ รายละเอียดการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และกฎในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่ ประเภทสิทธิ เรื่อง
๑ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีร้องเรียนว่าผู้ต้องขังป่วย แต่ยังไม่ได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ
ขั้นพื้นฐาน
๒ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีผู้ต้องหาในคดีความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ขอความช่วยเหลือให้
ได้รับสิทธิตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 40 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

