Page 42 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 42

รายงานฯ ที่ ๕๙๘/๒๕๕๘ เรื่อง สิทธิและสถานะบุคคล กรณีกล่าวอ้างว่านายทะเบียนท้องถิ่นเขตตลิ่งชัน
            ไม่ด�เนินการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านให้กับผู้ร้องโดยไม่เป็นธรรม



                     ประเด็นค�าร้อง
                     ผู้ร้องร้องเรียนต่อ กสม. ว่า ผู้ร้องเกิดเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๔ ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมีสูติบัตรและ
            พยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ยืนยันการเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ นาง ก. บุคคลสัญชาติไทย และ นาย จ. บุคคลสัญชาติ
            เยอรมัน ผู้ร้องได้ด�าเนินการยื่นค�าร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โดยได้ไปติดต่อยื่นค�าร้องขอที่

            ส�านักทะเบียนท้องถิ่นเขตตลิ่งชัน ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ แต่ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นและนายทะเบียนท้องถิ่น
            เขตตลิ่งชันไม่ด�าเนินการเพิ่มชื่อผู้ร้องในทะเบียนบ้านเลขที่ดังกล่าวและไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องเห็นว่าไม่ได้รับ
            ความเป็นธรรม จึงร้องเรียนเพื่อขอให้ตรวจสอบและขอให้เร่งรัดการพิจารณาค�าร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านให้กับผู้ร้องต่อไป



                     การด�าเนินการของ กสม.
                     กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีตามค�าร้องเรียนผู้ร้องได้รับการเพิ่มชื่อในฐานะคนไทยที่เกิดในต่างประเทศและ
            ได้รับบัตรประจ�าตัวประชาชนแล้ว เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ จึงเห็นควรยุติเรื่อง เนื่องจากปัญหาตามค�าร้องเรียน
            ได้รับการแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตาม เห็นควรมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายต่อผู้อ�านวยการ

            ทะเบียนกลาง นายทะเบียนกรุงเทพมหานคร และผู้อ�านวยการเขตตลิ่งชัน ในฐานะนายทะเบียนท้องถิ่นเขตตลิ่งชันให้พิจารณา
            ปรับปรุงการให้บริการ ก�าชับบุคลากรให้ปฏิบัติหน้าที่ในการอ�านวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างเต็มความสามารถและ
            เป็นมืออาชีพ โดยด�าเนินการภายใน ๑๘๐ วัน                                                                  ผลการดำ  เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙



                     ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย
                     (๑)  การปฏิบัติงานของนายทะเบียนท้องถิ่นเขตตลิ่งชันควรให้ค�าแนะน�าที่ไม่เป็นการผลักภาระให้แก่ประชาชน
            ในการด�าเนินการยื่นค�าร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน โดยกรณีตามค�าร้องเรียนการแนะน�าให้ผู้ร้องไปด�าเนินการจัดท�า
            หนังสือเดินทางฉบับใหม่ เพียงเพื่อใช้ในการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล ท�าให้ผู้ร้องเสียสิทธิอันพึงมีพึงได้ในฐานะบุคคลสัญชาติ

            ไทยเป็นระยะเวลา ๒ ปี แม้ว่ากรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ผู้อ�านวยการทะเบียนกลาง นายทะเบียน  บทที่
                                                                                                                   ๓
            กรุงเทพมหานคร และผู้อ�านวยการเขตตลิ่งชัน ในฐานะนายทะเบียนท้องถิ่นเขตตลิ่งชัน ควรก�าชับการปฏิบัติหน้าที่ของ
            บุคลากรที่ปฏิบัติงานทะเบียนราษฎรให้ตระหนักถึงการบริการประชาชน โดยต้องมีความพร้อม มีความเป็นมืออาชีพ สามารถ

            ที่จะให้ค�าแนะน�า หรือมีความเห็นเสนอต่อผู้มีอ�านาจหน้าที่และประชาชนที่มาติดต่อได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ตาม
            กระบวนการที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกประการ
                     (๒)  ขอให้มีการฝึกอบรมด้านกฎหมายให้ผู้ปฏิบัติงานทะเบียนราษฎรในทุกระดับให้เข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่
            ภายใน ๑๘๐ วัน โดยการปฏิบัติงานต้องอ้างอิงกฎหมายที่ใช้ในการพิจารณาออกค�าสั่งทางปกครองในเรื่องการทะเบียนราษฎร
            อย่างน้อย ๔ ฉบับ ได้แก่ (๑) กฎหมายว่าด้วยสัญชาติ (๒) กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร (๓) กฎหมายว่าด้วยการ

            วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และ (๔) กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
                     (๓)  ให้ส�านักทะเบียนกลางแจ้งเวียนไปยังทุกส�านักทะเบียน พร้อมทั้งควรมีการจัดท�าคู่มือหรือแนวปฏิบัติ ในกรณีที่
            จะมีการพิจารณาก�าหนดสถานะบุคคลในทุกกรณี โดยควรมีการอ้างบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียนราษฎรในการ

            ปฏิบัติงานให้ผู้ปฏิบัติงานด้านทะเบียนราษฎรโดยตรง
                     (๔)  มีข้อเสนอไปยังผู้อ�านวยการทะเบียนกลาง ให้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบส�านักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดท�า
            ทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนการแปลเอกสารภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ซึ่งก�าหนด
            ให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รับรองค�าแปล ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นภาระแก่ประชาชน จึงควรด�าเนินการแก้ไข พร้อม
            ทั้งประสานงานไปยังสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีผู้สอนภาษาต่างประเทศ เพื่อให้ทราบถึงบทบาทที่จะน�าความรู้

            ภาษาต่างประเทศมาเปิดการเรียนการสอน หรือให้บุคลากรพิจารณาด�าเนินการแปลและรับรองความถูกต้องของค�าแปล


                    ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ  33  ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47