Page 111 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 111

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ




         ๓.๓.๑ กฎหมายแคนาดา  ระบุคุณสมบัติเฉพาะ ที่อยู่บนพื้นฐานของความจ�าเป็นทางอาชีพนั้นด้วยความสุจริต (Bona fide occupational
                                  นอกจากนี้ บทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่ใช้บังคับในกรณีการปฏิเสธ ข้อจ�ากัด การ


           requirement)



                                  การปรับใช้หลักการห้ามเลือกปฏิบัติกับกรณีการโฆษณาที่เกี่ยวกับการจ้างแรงงาน
           (Applications and Advertisement re Employment) (มาตรา ๘)

                                  ห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเผยแพร่แบบฟอร์มในการสมัครงานหรือการประกาศ การ
           โฆษณาใด ๆ ที่เกี่ยวกับการจ้างแรงงาน หรือการก�าหนดเงื่อนไขใด ๆ เกี่ยวกับผู้สมัครงานไม่ว่าด้วยวาจาหรือลาย

           ลักษณ์อักษร ในกรณีต่อไปนี้
                                  • แสดงโดยตรงหรือโดยอ้อมถึงข้อจ�ากัด คุณสมบัติเฉพาะ คุณสมบัติอันเป็นที่ต้องการ
           เป็นพิเศษ อันบ่งชี้ถึงการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานแห่งเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ สีผิว เพศ ความพิการทางร่างกาย

           ความพิการทางจิตใจ อายุ บรรพบุรุษ ชาติก�าเนิด สถานภาพการสมรส รายได้ สถานะทางครอบครัว รสนิยมทาง
           เพศ ของบุคคลนั้น

                                  • ก�าหนดให้ผู้สมัครงานต้องระบุข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ สีผิว เพศ
           ความพิการทางร่างกาย ความพิการทางจิตใจ อายุ บรรพบุรุษ ชาติก�าเนิด สถานภาพการสมรส รายได้ สถานะทาง
           ครอบครัว รสนิยมทางเพศ ของบุคคลนั้น

                                  บทบัญญัติข้างต้นไม่ใช้บังคับกับการปฏิเสธ การจ�ากัด การก�าหนดคุณสมบัติ ที่อยู่บน
           พื้นฐานของความจ�าเป็นทางอาชีพนั้นด้วยความสุจริต (Bona Fide Occupational Requirement)



                                  กลไกการบังคับใช้กฎหมาย
                                  พระราชบัญญัตินี้จัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (Alberta Human Rights
           Commission) ขึ้น โดยผู้เสียหาย รวมทั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนคนใดคนหนึ่ง ผู้มีเหตุเชื่อว่าเกิดการกระท�าฝ่าฝืน

           กฎหมายนี้ สามารถยื่นค�าร้อง (Complaint) ไปคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ (มาตรา ๒๐ (๑)) เมื่อคณะกรรมการ
           ได้รับค�าร้องแล้วจะส่งไปยังผู้อ�านวยการ (Director) ซึ่งมีอ�านาจด�าเนินการระงับข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ย หากไม่

           สามารถตกลงกันได้ในชั้นนี้ ผู้อ�านวยการมีอ�านาจตั้งผู้ไต่สวน (Investigator) (มาตรา ๒๑)
                                  ผู้อ�านวยการสามารถยกค�าร้อง หรือยุติกระบวนการ หรือรายงานต่อไปยังประธานคณะ
           กรรมการและคณะผู้พิจารณา (Chief of the Commission and Tribunals หรือ CC&T) (มาตรา ๒๒)

                                  ผู้ไต่สวน (Investigator) มีอ�านาจสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลด้วยวาจาหรือลายลักษณ์
           อักษร รวมทั้งมีอ�านาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่เกี่ยวข้อง (มาตรา ๒๓) แต่อ�านาจดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การตรวจ

           สอบของศาลชั้นต้น (Provincial Court) โดยเฉพาะการเข้าไปในสถานที่ที่เกี่ยวข้องนั้นผู้ไต่สวนต้องแสดงหลักฐาน
           ที่เกี่ยวข้องให้ศาลพิจารณาออกค�าสั่งอนุญาตให้ผู้ไต่สวนด�าเนินการ (มาตรา ๒๔)
                                  ในกรณีที่ผู้อ�านวยการยกค�าร้อง ยุติกระบวนการ ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์ต่อประธานคณะ

           กรรมการและคณะผู้พิจารณา (Chief of the Commission and Tribunals หรือ CC&T) ซึ่งมีอ�านาจแต่งตั้งคณะ
           กรรมการหนึ่งหรือสามคนเป็นผู้พิจารณาคดีนั้น (มาตรา ๒๗)








                                                         110
   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115   116