Page 77 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 77

บทที่ 3



                   การศึกษาเปรียบเทียบแนวทางการบังคับใชสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวของกับสิ่งแวดลอมของ

                                           องคการระหวางประเทศระดับภูมิภาค






               3.1 การบังคับใชสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดลอมขององคการระหวางประเทศดานสิทธิมนุษยชนแหง
               ภูมิภาคยุโรป



                   3.1.1 อนุสัญญาแหงยุโรปวาดวยการคุมครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน (European
               Convention for the Protection of Human Rights and Fundamental Freedoms)



                   อนุสัญญาแหงยุโรปวาดวยการคุมครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ค.ศ. 1950 เปนขอตกลง
               ระหวางประเทศระดับภูมิภาคยุโรปที่สภายุโรปไดจัดทําขึ้นเพื่อคุมครองสิทธิมนุษยชนในยุโรป โดยรับ

               แนวความคิดมาจากปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. 1948 อนุสัญญาแหงยุโรปฉบับนี้มีเจตนารมณ

               เพื่อคุมครองและพัฒนาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเปนกฎหมายระหวางประเทศที่มีลักษณะ
               พิเศษแตกตางจากกฎหมายระหวางประเทศทั่วไปที่ยอมรับวา ปจเจกบุคคลถือเปนบุคคลหรือผูทรงสิทธิตาม

               กฎหมายระหวางประเทศไดอยางชัดเจนที่สุด ดังมาตรา 34 แหงอนุสัญญาฯ ระบุวา “ศาลอาจรับคํารองจาก
               บุคคลใดๆ หรือองคกรเอกชน หรือกลุมของปจเจกบุคคลที่อางวาตกเปนเหยื่อของการกระทําละเมิดจากรัฐ

               ภาคีแหงอนุสัญญา ตามที่กําหนดไวในสวนที่หนึ่งของอนุสัญญานี้หรือพิธีสาร รัฐภาคีรับรองวาจะไมเปน

               อุปสรรคในทางใดๆตอการดําเนินการใหมีผลบังคับใชสิทธินี้” อันจะเห็นไดวากฎหมายระหวางประเทศระดับ
               โลกที่ผานมากอนหนานี้ไมวาจะเปนศาลยุติธรรมระหวางประเทศ หรือองคการระหวางประเทศใด ไมเคย

               ปรากฏใหปจเจกบุคคลสามารถเรียกรองสิทธิดวยตนเองไดเลย หากจะเรียกรองสิทธิของตนตองรองขอผานรัฐ
               ที่ตนสังกัดหรือมีสัญชาติเพื่อใหรัฐเปนตัวแทนในการฟองรองหรือเรียกรองเอากับรัฐอื่นๆ นั่นเอง จึงถือไดวา

               อนุสัญญายุโรปวาดวยสิทธิมนุษยชนนี้เปนอนุสัญญาที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supra-National) ที่คุมครองปจเจก

               บุคคลตามกฎหมายระหวางประเทศชัดเจนที่สุด


                     อนุสัญญายุโรปวาดวยสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ค.ศ. 1950 ฉบับปรับปรุงแกไขโดยพิธี

               สารถึงฉบับที่ 14 ค.ศ. 2010 มีทั้งสิ้น 59 มาตรา แบงออกเปน 3 สวนไดแก


                       สวนที่ 1 เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ

                              มาตรา 1 พันธกรณีของรัฐตอสิทธิมนุษยชน
                              มาตรา 2 สิทธิในชีวิต

                              มาตรา 3 หลักการหามทรมาน
   72   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82