Page 84 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน
P. 84
รายงานการศึกษาวิจัย
โครงการการศึกษาวิจัย เรื่อง พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน
7.1.3 การให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกในด้านสิทธิมนุษยชน
เป็นการให้ความช่วยเหลือโดยตรงตามค าร้องขอของประเทศสมาชิกอื่นเช่นการให้ความ
ช่วยเหลือทางเทคนิคในเรื่องที่ประเทศสมาชิกอื่น ซึ่งในด้านสิทธิมนุษยชนมีประเด็นอย่างหลากหลายที่
ประเทศไทยสามารถด าเนินการให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกในทางเทคนิค (Technical assistance)
ได้เช่นการแนะน ากระบวนการจัดตั้งสถาบันด้านสิทธิมนุษยชนระดับประเทศตามหลักการปารีส
การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวกับประเด็นการสืบสวนสอบสวนกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆ
โดยเฉพาะประเด็นที่มีมิติด้านภูมิภาคเช่น การค้ามนุษย์และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
7.1.4 การปรับโครงสร้างและสมรรถภาพองค์กรเพื่อรองรับภารกิจด้านประชาคม
อาเซียน
กล่าวเฉพาะกรณีของส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีความ
จ าเป็นต้องพิจารณาการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับภารกิจด้านประชาคมอาเซียนที่มีข้อเท็จจริงในด้าน
การละเมิดสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาคหรืออย่างน้อยเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน
(Transboundary) ซึ่งท าให้ต้องมีการประสานความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง และเสริมสร้างศักยภาพ
ของบุคลากรของส านักงาน กสม. ให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยประเด็นที่สามารถด าเนินการได้ในทันทีได้แก่
1. การจัดตั้งหน่วยงานซึ่งมีภารกิจเฉพาะด้านอาเซียน (ASEAN Specific Unit)
นอกเหนือจากข้าราชการและพนักงานประจ าของ ส านักงาน กสม. ซึ่งท าหน้าที่เป็น
บุคลากรหลักในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการกระท าที่ไม่สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิ
มนุษยชนระหว่างประเทศของเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว ส านักงาน กสม. ยังจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นหลาย
คณะตามประเด็นสิทธิมนุษยชนต่างๆ เช่นสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สิทธิสตรี และสิทธิเด็ก เป็น
ต้น โดยอนุกรรมการแต่ละคณะจะมีผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาท าหน้าที่ให้ความเห็นและค าแนะน าใน
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในวาระของ กสม. ชุดที่ 2 (ด ารงต าแหน่งถึงปี พ.ศ. 2558) ปรากฏข้อร้องเรียนที่มี
ลักษณะข้ามพรมแดนในอาเซียนขึ้นหลายกรณีไม่ว่าจะที่เกิดจากผู้ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็น
นิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย (เช่นกรณีการก่อสร้างท่าเรือน้ าลึกทวาย หรือการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี) หรือที่
เกิดเหตุในต่างประเทศแต่มีผลกระทบต่อประเทศไทย (เช่นกรณีหมอกควันจากการเผาป่าในเกาะสุมาตรา)
แต่กรณีเหล่านี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของอนุกรรมการที่รับผิดชอบในประเด็นสารัตถะจึงท าให้การ
ประสานงานทั้งในระดับระหว่างประเทศและในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความตระหนักรู้ และความร่วมมือ
ที่เกี่ยวข้องยังด าเนินการไม่ประสบผลเท่าที่ควร ดังนั้น ข้อเสนอเชิงโครงสร้างที่ กสม. ควรพิจารณา
ด าเนินการโดยทันที โดยไม่จ าต้องแก้ไขกฎหมายจัดตั้ง คือการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านอาเซียนหรือ
ด้านกิจการอาเซียน (Unit on ASEAN Affairs) เช่น หน่วยงานภายในระดับกอง หรือคณะอนุกรรมการ
ซึ่งแต่งตั้งโดย กสม. ที่มีกรอบอ านาจหน้าที่พิจารณาประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน
ในอาเซียนและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน โดยเฉพาะ AICHR ซึ่งหาก
หน่วยงานที่มีภารกิจเฉพาะด้านอาเซียนดังกล่าวสามารถด าเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ในบริบทประชาคมอาเซียน และการท างานของกลไกสิทธิ
National Human Rights Commission of Thailand 73

