Page 201 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 201

๓. ความล่าช้าในการกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ

                     การมีส่วนร่วมของประชาชน แบ่งระดับการมีส่วนร่วมเป็น ๕ ขั้น โดยแต่ละขั้นจะเรียงลำาดับจาก

               การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดไปถึงระดับน้อยที่สุด ดังนี้

                              (๑) การมีส่วนร่วมในระดับให้อำานาจกับประชาชน

                              (๒) การมีส่วนร่วมในระดับสร้างความร่วมมือ


                              (๓) การมีส่วนร่วมในระดับการเข้ามีบทบาท

                              (๔) การมีส่วนร่วมในระดับหารือ เป็นลักษณะการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล

               ข้อเท็จจริง ความรู้สึก ความคิดเห็นประกอบการตัดสินใจ ดังนั้น ประชาชนจึงมีบทบาทในการให้เฉพาะ
               ข้อมูลเท่านั้น ส่วนการตัดสินใจก็เป็นของหน่วยงานทางภาครัฐ

                              (๕) การมีส่วนร่วมในระดับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นระดับตำ่าสุดในการมีส่วนร่วม บทบาท

               ของประชาชนจะน้อยมากเพราะรัฐจะเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลกับประชาชนเพียงด้านเดียว และประชาชน

               ไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น เช่น การจัดทำาป้าย การแจกวารสาร แต่อย่างไรก็ตามการทราบข้อมูล
               ข่าวสารก็มีความจำาเป็นต่อการมีส่วนร่วมในระดับที่สูงขึ้น เพราะถ้าประชาชนไม่ทราบข้อมูลที่ครบถ้วน

               การตัดสินใจที่สมเหตุสมผลคงไม่เกิดขึ้น

                     การมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ มีการดำาเนินงานที่แยกออก

               จากกัน โดยพบว่า ข้อมูลข่าวสารมีสำานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สังกัดสำานัก
               นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ การกระจายอำานาจมีสำานักงานคณะกรรมการกระจายอำานาจให้แก่

               องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สังกัดสำานักนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน สำาหรับการมีส่วนร่วมของประชาชน
               อยู่ภายใต้การดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นหลัก แยกกันดำาเนินการ

               ทำาให้ไม่ประสบผลสำาเร็จตามที่กฎหมายกำาหนดไว้ โดย ๓ ส่วนที่กล่าวมา ควรมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้อง

               เป็นเรื่องเดียวกันและอยู่ด้วยกันโดยมีหน่วยงานรับผิดชอบเพียงหน่วยงานเดียว

                     ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้นำาเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้ต่อคณะกรรมการ

               สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยได้เลือกกรณีคำาร้อง จำานวน ๗ กรณีศึกษา โดยเน้นกรณีศึกษาในพื้นที่ป่าไม้
               จำานวน ๖ กรณี และที่ดินสงวนหวงห้ามกับที่ดินสาธารณประโยชน์ จำานวน ๑ กรณี โดยศึกษาจาก

               คำาร้องเรียนในพื้นที่กรณีศึกษา ประกอบรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

               รวมทั้งรายงานการตรวจสอบจากผู้ตรวจการแผ่นดิน และสภาผู้แทนราษฎร ทั้งข้อคิดเห็นของประชาชน
               ในพื้นที่กรณีศึกษาทั้ง ๗ กรณี จากการจัดประชุมรับฟังความเห็น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๓๕๐ คน
               เป็นประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น อำาเภอ เทศบาลตำาบล องค์การ

               บริหารส่วนตำาบลและผู้ปกครองท้องที่ ดังต่อไปนี้


                       (๑) คำาร้องที่ ๔๔๗/๒๕๔๗ การประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติทับที่ดิน
               ทำากินราษฎรบ้านตากแดด ตำาบลยางหัก อำาเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี





       200     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206