Page 200 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 200

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดินของหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการที่ดิน

                 ที่มีการกำาหนดขอบเขตโดยแผนที่แนบท้ายหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่สำาคัญในการกำาหนดแนวเขตกระทบ
                 สิทธิในที่ดินของประชาชน ได้แก่ พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ ของกรมที่ดิน
                 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑ ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมพัฒนาสังคม

                 และสวัสดิการ พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๑๘ ของสำานักงานการปฏิรูปที่ดิน

                 เพื่อเกษตรกรรม พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.
                 ๒๕๐๗ ของกรมป่าไม้ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครอง

                 สัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.
                 ๒๕๑๘ ของกรมธนารักษ์ พบว่า ในการกำาหนดพื้นที่สงวนหวงห้ามและกำาหนดให้พื้นที่ใดเป็นขอบเขต

                 ตามที่กฎหมายกำาหนดดังกล่าว มีการกำาหนดให้มีแผนที่ หรือรูปแผนที่แนบท้าย หรือกำาหนดรูปแผนที่
                 ไว้ในกฎหมายนั้นด้วย แนวเขตที่กำาหนดในรูปแผนที่ตามกฎหมายตามที่กล่าวมา ล้วนกระทบสิทธิในที่ดิน

                 ของผู้ถือครองทำาประโยชน์ที่มีอยู่ก่อนการประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นกฎหมาย

                       การกำาหนดแนวเขตพื้นที่ โดยวัตถุประสงค์หลักเป็นไปเพื่อให้รู้ขอบเขตสำาหรับการแบ่งสันปันส่วน
                 ระหว่างกัน หน่วยงานของรัฐได้กำาหนดพื้นที่หวงห้ามในแต่ละหน่วยงานขึ้นตามรูปแบบต่างๆ ปัญหา

                 เกี่ยวกับสิทธิในที่ดินจึงมีจำานวนเพิ่มมากขึ้น การแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว ต้องใช้ทั้งแนวเขตและ

                 สภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่มีการหวงห้ามเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหา
                       การประกาศกำาหนดให้เป็นที่ดินของรัฐแบ่งแยกออกตามวัตถุประสงค์หรือนโยบายของรัฐได้เป็น

                 ๒ ประเภท คือ

                       ๑) เป็นพื้นที่ที่รัฐมีวัตถุประสงค์ในการสงวนเพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ ทั้งแก่รัฐและ
                 แก่ประชาชน

                       ๒) เป็นพื้นที่ที่รัฐมีวัตถุประสงค์ในการสงวนเพื่อการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

                       จากที่กล่าวมาในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของประเทศไทย ให้เป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ

                 ที่สำาคัญ ได้แก่ ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยมีหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง หรือการกำาหนดพื้นที่
                 อนุรักษ์ เช่น กำาหนดพื้นที่ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตอุทยาน

                 แห่งชาติ มีการกำาหนดกระบวนงาน และขั้นตอนการปฏิบัติงานออกมาอย่างรัดกุมครบถ้วนแล้วก็ตาม
                 หรือแม้แต่การกำาหนดเขตปฏิรูปที่ดินที่เป็นการให้สิทธิกับประชาชน ก็ล้วนแต่มีปัญหากระทบกับสิทธิใน

                 ที่ดินของประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งสรุปประเด็นปัญหาได้ ๓ ประการ ดังนี้

                       ๑. แนวเขตที่กำาหนดมีการทับซ้อนกันระหว่างพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ

                       ๒. แนวเขตที่กำาหนดมีความผิดพลาด ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งในสภาพปัญหานี้สามารถจำาแนก
                 ได้เป็น ๓ ปัญหาย่อย คือ

                               ๒.๑ การไม่ยอมรับ

                               ๒.๒ ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

                               ๒.๓ แนวเขตที่กำาหนดล้าสมัย




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  199
   195   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205