Page 176 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 176

วิเคราะห์ได้ว่า : รัฐเป็นผู้กำาหนดเขตจำาแนกพื้นที่แต่ฝ่ายเดียว โดยการจำาแนกโซนพื้นที่
                 เศรษฐกิจ (โซน E) ออกเป็นพื้นที่ E1 E2 และ E3 โดยไม่คำานึงถึงสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่าประชาชน

                 ทำากินมาก่อน ทำาให้ประชาชนบ้านตากแดดซึ่งถูกกำาหนดโซนให้เป็น โซน E1 ไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย
                 การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ทั้งที่ขณะส่งมอบพื้นที่ให้นำามาดำาเนินการปฏิรูปที่ดินมิได้กำาหนดเป็นโซน

                 พื้นที่ดังกล่าวมีเพียงโซนพื้นที่เศรษฐกิจ (โซน E) เท่านั้น

                         (๒) คำาร้องที่ ๔๓๑/๒๕๕๐ กรณีอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ประกาศเขตอุทยานทับที่ทำากินที่ราษฎร

                 ทำาประโยชน์มาก่อน พื้นที่อำาเภอเวียงสระ อำาเภอนาสาร และอำาเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

                               ปัญหา : ประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ห้ามเข้าเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้รับผลกระทบหลังจากการ

                 ประกาศอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ในปี พ.ศ.๒๕๓๔ ทับซ้อนกับที่ดินทำากินของประชาชน


                               วิเคราะห์ได้ว่า : ปัญหาข้อขัดแย้ง ยังไม่สามารถหาข้อยุติแนวเขตร่วมกันของหน่วยงานได้
                 ประชาชนถูกจับกุมดำาเนินคดี และไม่สามารถทำากินได้ตามสิทธิที่ควรจะได้รับตามกฎหมาย เนื่องจาก

                 ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย และหน่วยงานของรัฐมิได้เร่งรัดให้มีการแก้ไขปัญหา
                 อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนผู้เดือดร้อน


                         (๓)  คำาร้องที่ ๒๖๘/๒๕๕๕ กรณีปัญหาการประกาศเขตอุทยานทับซ้อนกับแนวเขตพระราชกฤษฎีกา
                 เพิกถอนแนวเขตพื้นที่หวงห้ามที่ทหาร พ.ศ.๒๔๘๑ พื้นที่ตำาบลนาสวนและด่านแม่แฉลบ อำาเภอศรีสวัสดิ์

                 จังหวัดกาญจนบุรี

                               ปัญหา : ปัญหาการทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์กับแนวเขตพื้นที่ที่

                 เพิกถอนการหวงห้ามที่ราชพัสดุที่ได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร ซึ่งเป็นพื้นที่จัดสรรให้กับ
                 ประชาชนที่ถูกอพยพจากพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนศรีนครินทร์


                               วิเคราะห์ได้ว่า : มีการกำาหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง
                 และมีการกำาหนดจุดพิกัดพื้นที่ผิดพลาด ต้องแก้ไขให้ประโยชน์กับประชาชน


                         (๔) คำาร้องที่ ๑๖๘/๒๕๕๓ กรณีประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยทับซ้อนเอกสารสิทธิที่ดิน

                 พื้นที่ตำาบลพนางตุง อำาเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

                               ปัญหา : มีการแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ ห้ามมิให้มี

                 การครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ทำาให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน
                 ที่ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินที่ครอบครองทำาประโยชน์มาก่อนการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยต้อง

                 สูญเสียสิทธิและเป็นผู้ครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย

                               วิเคราะห์ได้ว่า : เมื่อมีการแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕

                 ซึ่งมีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองที่ดินในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งในการประกาศเดิมมีที่ดินที่มี

                 เอกสารสิทธิ ที่ดินที่มีการครอบครอง เป็นการเพิ่มความเข้มข้นของกฎหมายที่กระทบสิทธิของประชาชน
                 เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนที่พึงมี




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  175
   171   172   173   174   175   176   177   178   179   180   181