Page 387 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 387

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                National Human Rights Commission of Thailand


                             1.3.   พื้นที่ปาสงวนแหงชาติที่กําหนดไวเปนพื้นที่รองรับโครงการจัดที่ทํากินใหกับราษฎร
                ผูยากไรในพื้นที่ปาสงวนเสื่อมโทรม (คจก.) เดิม จํานวน 17 ปา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อที่ประมาณ

                634,000 ไร

                             1.4.   พื้นที่ปาสงวนแหงชาติที่คณะรัฐมนตรีมีมติจําแนกเปนเขตเศรษฐกิจเสื่อมโทรม

                ซึ่งกรมปาไม ไดแจงใหทราบวามีเนื้อที่ที่เห็นชอบควรมอบใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปดําเนินการ
                ปฏิรูปที่ดินในขั้นแรกประมาณ 8.87 ลานไร ทั้งนี้ ไดมอบหมายใหกรมปาไมจัดทําแผนที่และสงบัญชีรายชื่อพื้นที่

                ใหแกสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ภายในเดือนมกราคม 2536 เพื่อดําเนินการตอไป

                            2.  ในประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดที่ดินใหแกเกษตรกร คณะกรรมการเรงรัดงานปฏิรูปที่ดิน

                ไดพิจารณาถึงเอกสารที่จะมอบใหแกเกษตรกร ตามลําดับ 3 ประเภท คือ
                             2.1.   เอกสาร ส.ป.ก. 4 - 28 จะมอบใหแกเกษตรกรทันทีที่ไดรับการคัดเลือกใหรับที่ดิน

                จากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

                             2.2.   เอกสาร ส.ป.ก. 4 - 01 จะจัดทําและมอบใหแกเกษตรกร หลังจากที่เกษตรกร

                ไดรับมอบที่ดินทํากินตามผลการคัดเลือกแลว
                             2.3.   เอกสารหนังสือสําคัญแสดงสิทธิในที่ดินและเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งออกโดย

                กรมที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน คณะกรรมการเรงรัดงานปฏิรูปที่ดินไดมอบหมายให ส.ป.ก. ประสานงาน

                กับกรมที่ดินในการที่จะเรงรัดการออกเอกสารในเขตปฏิรูปที่ดินที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                ไดจัดใหเกษตรกรไปแลว  โดยกําหนดปริมาณที่จะดําเนินการไวแตละปไมนอยกวาปละ 100,000 ไร
                            3.  คณะกรรมการเรงรัดงานปฏิรูปที่ดิน มีความเห็นเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพปา ซึ่งเปน

                ขั้นตอนหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2532 ใหกระทรวงวิทยาศาสตรเทคโนโลยี

                และสิ่งแวดลอมดําเนินการตรวจสอบสภาพปาในพื้นที่ที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขออนุมัติ

                ดําเนินการปฏิรูปที่ดิน และแจงผลการตรวจสอบสภาพปาใหแกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบ
                การพิจารณากําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน โดยคณะกรรมการเรงรัดงานปฏิรูปที่ดินเห็นวา พื้นที่สวนใหญไดมีการ

                ตรวจสอบในเบื้องตนจากสวนราชการที่ดูแลพื้นที่อยูเดิมแลว เปนพื้นที่ที่ควรมอบใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดิน

                เพื่อเกษตรกรรมดําเนินการปฏิรูปที่ดิน  ประกอบกับการตรวจสอบสภาพปาใชเวลาในการทํางาน  ทําใหกระบวนการ

                ในการพิจารณากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินของคณะกรรมการกฤษฎีกาตองลาชาออกไปอีก ซึ่งเปนผลกระทบโดยตรง
                ตอการดําเนินงานตามเปาหมายที่กําหนดไว จึงเห็นควรที่จะมีการยกเวนการตรวจสภาพปาโดยกระทรวงวิทยาศาสตร

                เทคโนโลยี และพลังงานจากคณะรัฐมนตรีเพื่อเปนการเรงรัดขั้นตอนในการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินใหสํานักงาน

                การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สามารถดําเนินการจัดที่ดินใหแกเกษตรกรไดโดยเร็ว







         366     รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
                 นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   382   383   384   385   386   387   388   389   390   391   392