Page 95 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 95

รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 93







                                และการที่ฐานเศรษฐกิจในเมืองมีขนาดใหญ่ขึ้น ความหลากหลายในเชิงอาชีพเปิดโอกาส

                     ให้มีทางเลือกในงานจำานวนมากรองรับอยู่ ซึ่งมีส่วนอย่างมากที่ดึงผู้คนออกจากฐานชุมชน ชุมชนจึงมี
                     ลักษณะเป็นที่พักอาศัย มากกว่าเป็นชุมชนที่จะมีฐานกิจกรรมการผลิตร่วมกันของคนในชุมชน

                                อีกทั้งการจะพัฒนาแกนนำารุ่นใหม่ที่ฐานเศรษฐกิจ ฐานอาชีพ ฐานชีวิต ไม่ได้ยึดโยงกับ
                     ชุมชน ก็ยิ่งเป็นเรื่องยากในการทำางานพัฒนา กล่าวโดยรวม ปัจเจกบุคคลจะมีชีวิตกับเมืองมากกว่า

                     ชุมชน

                                แกนนำาในขบวนการเคลื่อนไหวกับชุมชนที่ตนเองอาศัย


                                การทำางานพัฒนาแกนนำาในขบวนการรณรงค์เคลื่อนไหว โดยการดึงแกนนำาออกจาก
                     ชุมชนเพื่อนำาเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพในการคิดวิเคราะห์ปัญหาในเชิงโครงสร้างนั้นเป็น
                     ประโยชน์อย่างมากและจำาเป็นสำาหรับการทำางานเคลื่อนไหว แต่ก็พบแกนนำาที่อยู่ในขบวนการรณรงค์

                     เคลื่อนไหวไม่สามารถทำางานต่อเชื่อมกับโครงสร้างแกนนำาอื่นๆ ในชุมชนได้

                                ดังนั้นในการเคลื่อนไหว ถ้าหากไม่ได้เป็นปัญหาของชุมชนนั้นๆ แล้ว การที่สมาชิกชุมชน
                     จะรู้สึกร้อนหนาวไปกับความเดือดร้อนของชุมชนอื่นๆ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้


                           ๔.๗.๒ ส่วนที่เป็นการเปลี่ยนแปลงขององค์กรพัฒนาเอกชน


                                เบ้าหลอมอุดมการณ์ และยุทธศาสตร์ร่วมหายไป

                                ในช่วงที่การเคลื่อนไหวของขบวนการคนจนเมืองเฟืองฟูในยุครื้อร้างสร้างแฟลตนั้น

                     ขบวนการมีคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนชุมชนเมือง (คปอช.) เป็นเสมือนกลไก
                     เชื่อมประสานที่ก็ให้เกิดเบ้าหลอมของคนทำางาน เบ้าหลอมนั้นได้หลอมรวมทั้งในมิติของเนื้องาน
                     และทั้งมิติของชีวิตความผูกพันของคนทำางานเข้าไว้ด้วยกัน ผู้คนที่เป็นผลผลิตจากเบ้าหลอมถึงที่สุด

                     แม้ปัจจุบันจะมีความคิดในการทำางานที่แตกต่าง มีค่าย มีสังกัดที่ไปด้วยกันไม่ได้ แต่ในมิติของชีวิต

                     มิติของความเป็นมนุษย์ ผู้คนเหล่านี้ยังคงคบหาสมาคมเคารพนับถือเป็นพี่เป็นน้อง ให้การช่วยเหลือ
                     กันไม่เคยขาด อีกทั้งการทำางานเคลื่อนไหวก็จะมีทิศทางใหญ่ที่ผ่านการคิดวิเคราะห์ ซึ่งองค์กรต่างๆ
                     ก็จะเข้าช่วยล้วนหนุนเสริมไปตามความถนัดของตนเอง

                                แต่เมื่อขาดเบ้าหลอมใหญ่ ขาดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ รวมถึง

                     การกำาหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนร่วมกันเหมือนที่ผ่านมา ดูเหมือนจะทำาให้พลังการทำางานและ
                     พลังของความเป็นเครือข่ายคนทำางานอ่อนแรง ไร้พลัง และขาดการหนุนเสริมกันและกันอย่างเต็มที่

                     โดยไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องความสัมพันธ์ของชีวิตคนทำางานที่น่าจะเป็นฐานที่มั่นใหญ่ในใจก็หดหายไปด้วย
                     และเมื่อองค์กรหรือแกนนำามีความขัดแย้งในทางความคิด ขัดแย้งกันในวิธีการการเคลื่อนงาน ก็จะมัก

                     เลือกใช้วิธีทางใครทางมัน คุยกันน้อยลง ปรึกษากันน้อยลง จนเลิกยุ่งต่อกันไป เป็นความสัมพันธ์ที่มี
                     ความเปราะบางมาก
   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100