Page 61 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 61
รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 59
v ขบวนการแม้จะได้ชื่อว่าเป็นขบวนการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม แต่ส่วนมาก
จะเสนอปัญหาไม่ความเป็นธรรมของคนชายขอบเป็นหลัก เช่น ถูกอพยพ
ถูกกดดัน ขณะที่สัดส่วนการกล่าวถึงปัญหาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในตัวเอง
มีน้อย และขาดการติดตามตรวจสอบปัญหาเชิงระบบของการทำาลายทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อมแม้ปัญหาเหล่านั้น บางกรณีอาจจะไม่กระทบคนชายขอบโดยตรง
ในเวลานั้น ทำาให้ขบวนการฯ ไม่สามารถสร้างการยอมรับในฐานะสถาบันทาง
สังคมด้านนิเวศและทรัพยากรได้
v กรอบคิด องค์ความรู้ของขบวนการฯ จำากัดอยู่แค่ฐานคิด “สิทธิชุมชน” บนฐาน
นิเวศวัฒนธรรมและการเมืองในแง่มุมของความเป็นธรรม ขบวนการฯ ขาดการ
พัฒนาแนวคิด ความรู้อื่นๆ มาทำาให้บทวิเคราะห์ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
มีแง่มุมที่หลากหลายขึ้น เช่น เศรษฐศาสตร์สีเขียว วัฒนธรรมศึกษาในสังคมที่
ซับซ้อน และอื่นๆ ทำาให้การอธิบายปัญหา การพัฒนาข้อเสนอ และการรณรงค์
มีข้อจำากัด (ขบวนการด้านพลังงาน มีความโดดเด่นในแง่การศึกษาเชิงเศรษฐศาสตร์
มากที่สุด ทำาให้ประเด็นพลังงานเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง)
v ด้วยความที่ขบวนการฯ มุ่งที่คนชายขอบ แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับภาคส่วน
อื่นๆ นัก ทำาให้ขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นยังมีลักษณะเฉพาะกลุ่ม เฉพาะ
ประเด็น ไม่สามารถยกระดับเป็นขบวนการมวลชนที่เชื่อมโยงกับผู้คนหลากหลาย
เข้าร่วมเคลื่อนไหวได้
v การผลักดันนโยบายของขบวนการ มุ่งไปที่ข้อเสนอทางกฎหมายมากเกินไป
ขาดเงื่อนไขสำาคัญของการสร้างนโยบายสาธารณะหลายประการ เช่น การ
ทำาให้สังคมมองเป็นปัญหาร่วมกัน การกำาหนดวาระหรือข้อเสนอทางนโยบาย
(Agendas Setting) ที่กว้างขวาง หลากหลาย จนคนในสังคมยอมรับและสนับสนุน
วาระดังกล่าว แล้วจึงแปลงไปสู่ข้อเสนอรูปธรรมทางนโยบาย เช่น กฎหมาย มติ
ครม. และอื่นๆ
v ขบวนการฯ ขาดการสร้างคน ทักษะความรู้ที่หลากหลาย เพียงพอ ทำาให้แม้
ผลักดันให้เกิดองค์กร สถาบันเชิงนโยบายได้ หรือเปิดพื้นที่ทางนโยบายได้
แต่กลับไม่สามารถครอบครอง กำากับกลไกดังกล่าวได้ ผลก็คือ ภาคส่วนอื่นๆ
เข้ามาควบคุมกากับแทน ดังตัวอย่างเช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ องค์การอิสระสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

