Page 63 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 63
รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 61
ในช่วงเวลานั้น ขบวนการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นตามประเด็นปัญหาของทรัพยากร เช่น ป่าไม้ เขื่อน
สิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เป็นต้น และเกิดตามภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบร่วมกัน เช่น กลุ่มป่าไม้ใน
ภาคเหนือ อีสาน กลุ่มประมงพื้นบ้าน โดยใช้กระบวนการผลักดันต่อรองในประเด็นของตนเอง ยังไม่ได้
เชื่อมโยงเป็นขบวนการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่นัก
ขบวนการทรัพยากรในแต่ละประเด็นเล็งเห็นว่า ลำาพังการเคลื่อนไหวแต่ละประเด็นไม่มีพลัง
การต่อรอง และยุทธวิธีการเคลื่อนไหวเพียงแค่การชุมนุมในพื้นที่ การยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานรัฐ
ไม่ส่งผลการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก จนเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการ คจก. (๒๕๓๔) มีผล
ต่อมาที่สมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน (สกยอ.) ในปี ๒๕๓๕ เกิดเครือข่ายระดับภาค เช่น
เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ ในปี ๒๕๓๗ ขบวนการด้านทรัพยากรต่างๆ เห็นความจำาเป็นของ
การรวมตัวเป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่รวมทุกประเด็นปัญหา และใช้ยุทธวิธีการเมืองบนท้องถนน
โดยตรง คือ การเดินขบวนกดดันมาที่รัฐบาลส่วนกลาง จึงได้เกิดสมัชชาคนจน (สคจ.) ขึ้น ในปี ๒๕๓๘
การสร้างองค์กรการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ด้วยยุทธวิธีท้าทายอำานาจโดยตรงได้ส่งผลสะเทือน
อย่างมาก ทั้งการสร้างอำานาจต่อรองกับรัฐบาล การระดมทรัพยากร การดึงภาคีเข้ามาร่วมสนับสนุน
และการสื่อสารทางสังคม
สิ่งที่ควรตระหนัก ก็คือ เงื่อนไขทางการเมืองมีส่วนเสริมพลังการเคลื่อนไหวดังกล่าว เพราะ
ในช่วงเวลานั้น (๒๕๓๖ - ๒๕๔๐) เป็นช่วงที่รัฐบาล พรรคการเมือง มีความอ่อนแอ กระแสสังคม
หลังเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ ที่คนชั้นกลางมีบทบาทนำา มุ่งตรวจสอบการใช้อำานาจของรัฐบาล
โดยเฉพาะปัญหาคอรัปชั่น ทำาให้กระแสสังคมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของขบวนการฐานทรัพยากร
มากขึ้น ช่วงเวลาดังกล่าวนับได้ว่าเป็นจุดเติบโตสูงสุดของขบวนการ รูปธรรมสำาคัญคือการผลักดัน
หลักการสิทธิชุมชนต่อฐานทรัพยากรไว้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และมีส่วนร่วมกำาหนดแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ (๒๕๔๐ - ๒๕๔๔)
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมือง
ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ วิกฤติเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าวทำาให้ประชาชนคนยากจนประสบภาวะทุกข์ยาก
อย่างมาก ขณะที่ข้อเสนอการพัฒนาทางเลือกของขบวนการยังเป็นแค่ข้อเสนอ ยังไม่มีปฏิบัติการที่มี
ผลมากพอ ทำาให้ประชาชนจำานวนมากต้องการการแก้ไขจากรัฐโดยเร่งด่วน จึงมุ่งหวังให้มีรัฐบาลที่
เข้มแข็งและดำาเนินการแก้ปัญหาให้คนจนโดยตรง ด้วยเหตุนี้ นโยบายประชานิยมที่ผลักดันโดย
รัฐบาลทักษิณจึงได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางเพราะตอบปัญหาชาวบ้านโดยตรง ขณะที่แนวทาง
เลือกต้องอาศัยเวลาและความเข้มแข็งของชาวบ้านเป็นหลัก จึงไม่ได้รับการตอบสนองมากนัก ในทาง
โครงสร้างการเมือง เมื่อเกิดรัฐบาลที่เข้มแข็งทำาให้ประชาชนไม่หวังพึ่งต่อกลุ่มองค์กรประชาสังคม
เพราะไม่เห็นว่าผลสัมฤทธิ์จะเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน อีกทั้งรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้กำาเนิดองค์กรอิสระ
จำานวนมากเพื่อทำาหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำานาจของรัฐ บทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนในการทำา
หน้าที่ตรวจสอบจึงน้อยลง โดยที่ส่วนหนึ่งได้เข้าสู่โครงสร้างกลไกอิสระและในระดับโลกนั้น หลังยุค

