Page 62 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 62

60 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                  ๓.๖  ข้อเสนอทางยุทธศาสตร์ต่อขบวนการสิทธิชุมชนเพื่อนิเวศ สิ่งแวดล้อม
                        และการพัฒนาที่ยั่งยืน


                        ขบวนการสิทธิชุมชนเพื่อนิเวศ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน เริ่มต้นขึ้นจากปัญหาการ
                  สูญเสียนิเวศ ฐานทรัพยากร และความมั่นคงในชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาฐานทรัพยากรจากทิศทางการ
                  เคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐแนวทุนนิยมเสรีที่เริ่มปรากฏผลในต้นทศวรรษ ๒๕๓๐ ความเดือดร้อนของ

                  ประชาชนก่อรูปเป็นขบวนการเคลื่อนไหวโดยมีบทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนเป็นกลไกสำาคัญของ

                  การขับเคลื่อน
                        การเติบโตขององค์กรพัฒนาเอกชนสัมพันธ์โดยตรงกับเงื่อนไขทางการเมืองทั้งในระหว่าง

                  ประเทศและในประเทศ สถานการณ์ระดับโลกอยู่ในช่วงสงครามเย็น พื้นที่ที่ “ยากจน” “ด้อยพัฒนา”
                  กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายทางการเมืองของกลุ่มประเทศค่ายเสรีนิยมและสังคมนิยม ทำาให้มี

                  งบประมาณสนับสนุนการพัฒนาจากตะวันตกมาที่รัฐและกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน พร้อมกันนี้
                  ในกระแสโลกก็เริ่มเกิดแนวคิดและการเคลื่อนไหวทางเลือกการพัฒนา  และการปกป้องฐานทรัพยากร

                  โดยชุมชน เช่น ขบวนการเคลื่อนไหวชิบโก้ ที่ปกป้องป่าไม้ในอินเดีย ขบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนใน
                  ฟิลิปปินส์ ยุโรป แคนาดา และลาตินอเมริกา เป็นต้น

                        สถานการณ์การเมืองในประเทศก็เอื้อต่อการเติบโตของขบวนการไหว หลังเหตุการณ์ ๑๔

                  ตุลาคม ๒๕๑๖ กระแสการเมืองให้ความสำาคัญต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน
                  โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยอำานาจ เช่น ชาวนา กรรมการ และหลังนโยบาย ๖๖/๒๓ เกิดนักพัฒนาจำานวน

                  มากที่ลงไปทำางานกับชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนด้วยทางเลือกการพัฒนา

                        จากโครงสร้างเศรษฐกิจทุนนิยมที่กระทบต่อนิเวศและสภาพชีวิตชุมชน และโครงสร้างการเมือง
                  ในระดับโลกและประเทศที่เริ่มเปิดกว้างต่อการเติบโตของประชาสังคม ทำาให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหว

                  สิทธิชุมชนเพื่อความมั่นคงนิเวศ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตโดยมีองค์กรพัฒนาเอกชนเป็นกลไกประสาน
                  งานการขับเคลื่อนของขบวนการชาวบ้าน

                        ขบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวเริ่มแรกมุ่งการพัฒนาในระดับพื้นที่ตามแนวทางเลือกการพัฒนา

                  แต่ก็เริ่มตระหนักแล้วว่า ปัญหาการสูญเสียนิเวศและสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ลำาพังการ
                  สร้างทางเลือกในพื้นที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพปัญหาดังกล่าวได้ จึงยกระดับไปสู่การเคลื่อนไหว
                  เพื่อมีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงนโยบายโดยรูปธรรมแรกๆ เช่น การคัดค้านเขื่อนน้ำาโจน (๒๕๓๑) การ

                  คัดค้านสัมปทานป่าไม้ (๒๕๓๑) การคัดค้านเขื่อนแก่งกรุง (๒๕๓๔) ปากมูล (๒๕๓๔-ปัจจุบัน) และ

                  มาสุกงอมที่การเสนอร่าง พ.ร.บ. ป่าชุมชน ฉบับประชาชนครั้งแรกในปี ๒๕๓๖ นับเป็นการก้าวสู่ความ
                  เป็นการเมือง (Political) ของการเคลื่อนไหวด้านทรัพยากร

                        สาระสำาคัญของความเป็นการเมืองดังกล่าวอยู่ที่การปกป้องฐานทรัพยากรสาธารณะที่จัดการ
                  โดยชุมชน (Common Resource Regime) เพื่อต่อสู้ ต่อรองกับระบบผูกขาดทรัพยากรของรัฐ และ

                  การแปรสถานะสิทธิทรัพยากรไปเป็นกรรมสิทธิ์ปัจเจกโดยทุน
   57   58   59   60   61   62   63   64   65   66   67