Page 339 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 339

ผ -  | ๒๐๓



               วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด ผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมาฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ ๓๐

               สิงหาคม ๒๕๔๘ โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการเวนคืนเป็นอย่างมาก เพราะที่ดินและบ้านที่ใช้
               อยู่อาศัยและใช้ประกอบอาชีพถูกเวนคืนทั้งหมด  ค่าทดแทนที่ได้รับก็น้อยเกินไป  จึงขอค่าทดแทนเพิ่มดังนี้  ค่าทดแทน

               ที่ดินขอเพิ่มเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท  เนื่องจากปัจจุบันที่ดินบริเวณดังกล่าวมีราคาสูงถึงไร่ละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ค่า

               ทดแทนสิ่งปลูกสร้างขอเพิ่มเป็นเงิน ๙๒๙,๖๔๕.๔๒ บาท  ค่าบ่อน้ําขอเพิ่มเป็นเงิน ๑,๙๖๕,๙๒ บาท  เนื่องจากค่า

               ทดแทนสิ่งปลูกสร้างผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดให้ตามบัญชีราคาวัสดุก่อสร้าง   เมื่อปี ๒๕๔๓  ซึ่งมีราคาต่ํา แต่ปัจจุบันวัสดุ

               ก่อสร้างมีราคาสูงกว่าราคาตามบัญชีดังกล่าวมาก  และค่าทดแทนต้นไม้จํานวน ๖ รายการ  ได้แก่          เงาะโรงเรียน

               ขนาดใหญ่ ๒ ต้น  ชะอมขนาดใหญ่ ๑๒ ต้น  ขนุนพันธุ์ดีขนาดใหญ่ ๒ ต้น  กล้วยขนาดใหญ่ ๖ กอ หมากขนาดกลาง ๕

               ต้น  และส้มโอขนาดกลาง ๑ ต้น  ขอเพิ่มเป็น ๓๙,๖๐๐ บาท   เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดค่าทดแทนต้นไม้ให้  โดยยัง
               ไม่ได้รวมค่าเสียโอกาสให้กับผู้ฟ้องคดี   รวมค่าทดแทนที่ผู้ฟ้องคดีขอทั้งสิ้น  เป็นเงิน ๑,๑๖๙,๒๔๕.๔๒ บาท   แต่ผู้ฟ้อง

               คดีได้รับค่าทดแทนไปแล้ว   เป็นเงิน ๓๗๑,๑๑๔.๙๒ บาท     จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องคดี  จ่ายค่าทดแทนเพิ่มให้ผู้ฟ้องคดีอีก

               จํานวน ๗๙๘,๑๓๐.๕๐ บาท และผู้ฟ้องคดีได้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลด้วย

                              ศาลได้ไต่สวนคู่กรณีเพื่อประกอบการพิจารณา  คําขอยกเว้นเงินค่าธรรมเนียมศาลของผู้ฟ้องคดี และได้

               พิจารณาคําขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลของผู้ฟ้องคดี  รวมทั้งได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของคู่กรณีทุกฝ่ายแล้ว  เห็นว่า
               มีเหตุตามคําขอจริง  ศาลจึงอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

                              ผู้ถูกฟ้องคดีให้การสรุปได้ว่า   ผู้ถูกฟ้องคดีมีแผนงานที่จะดําเนินการก่อสร้าง   โครงการฝายคลองท่า

               ทน  พร้อมอาคารชลประทาน ประกอบด้วย  ที่ทําการหัวงาน  ถนนเข้าหัวงาน  อ่างเก็บน้ํา  ระบบคลองส่งน้ํา  และระบบ

               ระบายน้ํา  เพื่อประโยชน์ในการเกษตร  การอุปโภค  และบรรเทาอุทกภัย  โดยในระยะเริ่มโครงการผู้ถูกฟ้องคดี  ได้

               ดําเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนให้เจ้าของที่ดิน   โดยวิธีเจรจาปรองดองตกลงซื้อขาย  แต่ไม่สามารถเจรจาปรองดองตกลง
               ซื้อขายได้ทั้งหมด   ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดีมีความจําเป็นเร่งด่วน ต้องใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างให้เสร็จทันตามโครงการ  จึงได้

               มีการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ ตําบลทุ่งปรัง  ตําบลเสาเภา  ตําบลฉลอง

               ตําบลเทพราช  และตําบลเปลี่ยน  อําเภอสิชล  จังหวัดนครศรีธรรมราช  พ.ศ. ๒๕๔๖  โดยได้ประกาศในราชกิจจา

               นุเบกษา  เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๖  มีอธิบดีของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืน  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

               เกษตรและสหกรณ์เป็นรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกา ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มี

               คําสั่งที่ ๔๕๙/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ แต่งตั้งให้คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นและจํานวนเงินค่าทดแทน

               อสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว   คณะกรรมการกําหนดราคาเบื้องต้นได้ประชุมครั้งที่ ๑/
               ๒๕๔๗   เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗ พิจารณากําหนดหลักเกณฑ์การกําหนดค่าทดแทน โดยที่ประชุมได้พิจารณา

               หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๑ (๑) – (๕) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.๒๕๓๐ แล้ว  เห็นว่า  ค่า

               ทดแทนที่ดินตามมาตรา ๒๑ (๑)  ราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดที่ปรากฏตามสัญญาซื้อขายที่เชื่อถือได้ มีราคาซื้อ

               ขายเท่ากับราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรม (๒) ราคาของ

               อสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์ในการเสียภาษีบํารุงท้องที่ มีราคาต่ํากว่าราคาประเมินทุนทรัพย์  เพื่อเรียก



                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   334   335   336   337   338   339   340   341   342   343   344