Page 331 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 331

ผ -  | ๑๙๕



                              ศาลมีคําสั่งให้เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช  ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า บัญชีประเมินราคาพืชผลของนาย

               ณรงค์  ภัทรปิยพันธุ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สํานักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดทําขึ้นเมื่อใด  มี
               วัตถุประสงค์เพื่อกิจการใด  มีหลักเกณฑ์ในการกําหนดราคาพืชผลอย่างไร  และให้จัดส่งบัญชีดังกล่าวทั้งหมดมาให้ศาล

               ซึ่งเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้ชี้แจงตามคําชี้แจง  ลงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒  สรุปได้ว่าบัญชีประเมินราคา

               พืชผลดังกล่าว นายณรงค์  ภัทรปิยพันธุ์ ได้ถ่ายเอกสารจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาที่ดินและทรัพย์สินจังหวัด

               นครศรีธรรมราช สายส่งไฟฟ้า ๑๑๕ กิโลโวลต์ ทุ่งสง – ลําภูรา เพื่อมอบให้เกษตรกรที่มาขอรายละเอียดเกี่ยวกับราคา

               พืชผล โดยบัญชีดังกล่าวปัจจุบันไม่มีเก็บไว้ที่สํานักงานเกษตรจังหวัด และเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช  ยังได้แจ้งราคา

               ค่าทดแทนต้นไม้ จํานวน ๔๙ ชนิด  มาให้ศาลพิจารณาด้วย  โดยอ้างว่า  เป็นราคาที่ได้ข้อมูลจากบัญชีค่าทดแทน  ต้นไม้

               เศรษฐกิจ  ต้นไม้ทั่วไป  พืชล้มลุก  และธัญชาติที่คณะกรรมการพิจารณาที่ดินและทรัพย์สินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาย
               ส่งไฟฟ้า ๑๑๕ กิโลโวลต์ ทุ่งสง – ลําภูรา ได้ประชุมพิจารณากําหนดไว้  เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗ ซึ่งคณะกรรมการ

               ดังกล่าวมีตัวแทนเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นกรรมการอยู่ด้วย


                              ศาลออกนั่งพิจารณาคดี  เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ โดยได้รับฟังสรุปข้อเท็จจริงของตุลาการ

               เจ้าของสํานวน  และคําชี้แจงด้วยวาจาประกอบบันทึกคําแถลงการณ์เป็นหนังสือของตุลาการผู้แถลงคดีด้วยแล้ว


                              ศาลได้ตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสํานวนคดี  กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องประกอบ

               แล้ว


                              ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า  ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน  ตามหนังสือรับรองการทําประโยชน์

               (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๖๑๗๒ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๘๐ ตารางวา  และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๖๗๖ เนื้อที่ ๒ ไร่ ๓

               งาน ๖๖.๘๐ ตารางวา  พร้อมโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้  ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว  ตั้งอยู่ที่ตําบลเสาเภา  อําเภอสิ

               ชล  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีมีแผนงานที่จะก่อสร้างระบบคลองส่งน้ํา และระบบคลองระบายน้ํา  ตาม
               โครงการฝายคลองท่าทน เพื่อประโยชน์ในการเกษตร การอุปโภคบริโภค และบรรเทาอุทกภัย โดยในระยะเริ่มโครงการผู้

               ถูกฟ้องคดีได้ดําเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนให้เจ้าของที่ดิน  โดยวิธีการเจรจาปรองดองตกลงซื้อขาย  แต่ไม่สามารถเจรจา

               ปรองดองตกลงซื้อขายได้ทั้งหมด  ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดีมีความจําเป็นเร่งด่วน  ต้องใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างให้เสร็จทันตาม

               โครงการ  จึงได้ตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดิน ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตําบลทุ่งปรัง  ตําบลเสาเภา  ตําบล

               ฉลอง  ตําบลเทพราช  และตําบลเปลี่ยน  อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๔๖ ขึ้น และได้ประกาศในราช
               กิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๖ โดยมีอธิบดีของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืน และรัฐมนตรีว่าการ

               กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว  ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร

               และสหกรณ์ได้มีคําสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๔๕๙/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ แต่งตั้งคณะกรรมการ

               กําหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืน  และจํานวนเงินค่าทดแทน  คณะกรรมการดังกล่าว  ได้ประชุม

               เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกําหนดค่าทดแทน ครั้งที่ ๑ / ๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๗  และได้มีมติ






                          รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   326   327   328   329   330   331   332   333   334   335   336