Page 117 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 117
หน้ า | ๑๐๓
ทรัพยากรธรรมชาติเชิงกายภาพ และผูกติดอยู่กับพื้นที่และชนิดของทรัพยากร เช่น กรมชลประทานดูแลการ
จัดการน้ํา กรมป่าไม้ดูแลการจัดการป่าไม้ กรมขนส่งทางน้ําและพาณิชย์นาวีรับผิดชอบแม่น้ําลําคลอง เป็นต้น
รวมทั้งถือว่าสิทธิในการบริหารจัดการแหล่งน้ํา เป็นสิทธิของหน่วยงานภาครัฐ ทําให้ละเลยสิทธิของชุมชนในการ
เข้าถึงและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา แม้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับ พุทธศักราช ๒๕๔๐ และ
พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ให้สิทธิกับชุมชน ในการมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งระบุว่าการดําเนินโครงการใด ๆ ที่อาจก่อผลกระทบที่
รุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติจะต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและรับฟังความ
คิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหา
๒) การมองน้ําเป็นทรัพยากรการผลิตเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
โครงการพัฒนาแหล่งน้ําโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปเพื่อ
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น เพื่อการเกษตร อุตสาหกรรมและธุรกิจบริการต่างๆ โดยมองน้ําคือทรัพยากรการ
ผลิต และหน่วยงานมีหลักคิดในการจัดหาน้ําให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้น้ํา (Supply Management)
มากกว่าที่จะจัดการด้านความต้องการใช้น้ํา (Demand Management) ให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการ
รองรับของระบบนิเวศ (Loading Capacity) ทําให้เกิดโครงการพัฒนาแหล่งน้ําในพื้นที่ต้นน้ํา เช่น โครงการสร้าง
เขื่อนแก่งเสือเต้น โครงการเขื่อนท่าแซะ เป็นต้น ในอีกด้านหนึ่ง ในขณะที่ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่โครงการ มีวิถีชีวิตที่
ต้องพึ่งพาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เศรษฐกิจของชุมชนขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทําให้
ชุมชนวิตกว่า จะมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและคุณภาพชีวิต ทําให้ชุมชนต่อต้านโครงการก่อสร้างของ
ภาครัฐ เพราะชุมชนไม่เชื่อว่าการที่เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น จะทําให้เศรษฐกิจของพวกเขาดีขึ้น ชุมชนเห็นว่า
โครงการพัฒนาของภาครัฐนั้น ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่มากกว่าเพื่อการสนับสนุนเศรษฐกิจ
ชุมชน รวมทั้งที่ผ่านมา เรื่องการชดเชยต่อผู้เสียประโยชน์หรือผู้เสียสละในการโครงการพัฒนาของภาครัฐ ไม่มี
การชดเชยค่าเสียโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต เพียงแต่ชดเชยตามมูลค่าทรัพย์สินในปัจจุบันเท่านั้น จน
ทําให้มีการร้องเรียนเรื่องการชดเชยและค่าเสียโอกาส ในหลายกรณี
๓) การไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของชุมชน
สิทธิในการจัดการทรัพยากรน้ํารวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ เป็นของหน่วยงานภาครัฐ
แม้ว่าหลักการ นโยบาย ระบุถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้ง
ทรัพยากรน้ําด้วยก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติอํานาจในการตัดสินใจในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เช่น การเปิด-ปิด
ประตูระบายน้ํา การตัดสินใจในการพัฒนาแหล่งน้ํา ยังคงเป็นอํานาจการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ ยังไม่มี
กลไกและระบบการตัดสินใจร่วมกันอย่างแท้จริง
แม้ว่าในแต่ละลุ่มน้ําจะมีคณะกรรมการลุ่มน้ํา ที่เป็นกลไกที่จะทําให้เกิดการมีส่วนร่วมในการ
ตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ําแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากข้อจํากัด ด้านกฎหมายที่พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ํา ยัง
ไม่ประกาศใช้ ทําให้คณะอนุกรรมการลุ่มน้ํา ยังไม่เป็นนิติบุคคลไม่มีอํานาจที่แท้จริงตามกฎหมาย การมีส่วนร่วมใน
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําจึงยังไม่สามารถเป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

