Page 116 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 116

๑๐๒ | หน้ า



                                  ๕) กรณีการดูดทราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับความ

            เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และการปกป้องสิทธิของชุมชน ซึ่งปัจจุบัน การอนุญาตให้ดูดทรายเป็นอํานาจของ
            คณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ไม่ได้มีส่วนในการการอนุญาตและการ

            ต่อใบอนุญาตการประกอบการดูดทราย นอกจากนั้น ยังมีข้อจํากัดในเรื่องของการหาสาเหตุของผลกระทบจาการ
            ดูดทราย บางครั้งเจ้าของกิจการดูดทรายในพื้นที่ที่ได้รับสัมปทาน แต่ตลิ่งไปพังนอกพื้นที่ ทําให้ยากที่จะหา

            ผู้รับผิดชอบ

                                  ๖) ผลกระทบจากการสูบเกลือ เป็นปัญหาเกี่ยวกับการใช้กฎหมายของหน่วยงานที่

            กํากับดูแล และการจัดการกับปัญหาความเด ือดร้อนให้ทันเวลา เช่น การประกาศพื้นที่อนุญาตให้มีการทําเกลือ
            สินเธาว์และโรงงานสูบหรือนําน้ําเกลือขึ้นมาจากใต้ดินของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งชี้แจงว่าได้ดําเนินการถูกต้อง

            แล้ว แต่เมื่อโรงงานเกิดขึ้นและปัญหาผลกระทบกับชุมชน หน้าที่ในการแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด

            โดยอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาได้แต่งตั้งคณะกรรมการ และจัดทํา TOR  เพื่อศึกษาผลกระทบ
            สิ่งแวดล้อมและสํารวจความเสียหายเพื่อกําหนดค่าชดเชย แต่จังหวัดยังไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณในการ

            ดําเนินการ

                                  ๗) การก่อมลพิษทางน้ํา มีปัญหาเรื่องการพิสูจน์แหล่งกําเนิดมลพิษ ซึ่งต้องใช้เวลาและ

            ส่วนใหญ่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า และเมื่อหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบโรงงานก็ไม่ได้ปล่อยนําเสียลง
            แหล่งน้ําแล้ว ทําให้ยากที่จะเอาผิดกับผู้ประกอบการ


                                  ๘) การบุกรุกที่สาธารณะ เป็นปัญหาเกี่ยวกับ ความใส่ใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน
            การจัดการกับผู้บุกรุกอย่างจริงจังในกรณีผู้บุกรุกเป็นเอกชน   ส่วนใหญ่ผู้บุกรุกเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทําให้

            ข้าราชการระดับล่างมีความยากลําบากในการเข้าไปจัดการ ในกรณีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่
            สาธารณะเป็นความเห็นแตกต่างเรื่องของกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ  ซึ่งหน่วยงานเห็นว่ามีสิทธิ์ในการใช้

            ประโยชน์ได้ แต่ชุมชนเห็นว่าหน่วยงานบุกรุกที่สาธารณะเป็นการผิดกฎหมาย

                           กล่าวโดยสรุป การที่หน่วยงานภาครัฐ ไม่ดําเนินการตามมาตรการ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

            แห่งชาติกําหนดนั้น เนื่องจาก เป็นภารกิจโดยชอบธรรมของหน่วยงาน และหน่วยงานมีขั้นตอนการดําเนินการซึ่ง

            ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ จึงไม่สามารถที่จะดําเนินการตามมติของ กสม.ได้  นอกจากนั้น การดําเนินการตามมติ
            ของกสม. นั้น ไม่มีกฎหมายและระเบียบรองรับ หน่วยงานจึงไม่สามารถดําเนินการได้ปัญหาสําคัญอีกประการหนึ่ง

            ก็คือ การขาดเจ้าภาพที่มีอํานาจในการดําเนินการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง รวมทั้งขาดข้อมูลหรือผลการศึกษาที่เป็น

            มาตรฐานในการที่จะมาตัดสินหรือกําหนดทางเลือกในการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชน ที่มีมุมมองที่แตกต่างกัน

                           ๕. ที่มาของความขัดแย้ง จําแนกได้ ดังนี้

                                  ๑)  ความเข้าใจและการยอมรับเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ


                                       รากของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะวิธีคิดและความเข้าใจเรื่องสิทธิในการ
            เข้าถึงและการจัดการทรัพยากรของของหน่วยงานภาครัฐและชุมชนมีความแตกต่างกัน หน่วยงานภาครัฐมอง




                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   111   112   113   114   115   116   117   118   119   120   121