Page 111 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 111

หน้ า  | ๙๗



               ได้รับงบประมาณ เพื่อดําเนินการแก้ไขปัญหาการทําเกลือสินเธาว์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นโครงการ

               ต่อเนื่องระยะเวลา ๕  ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ -  ๒๕๔๘  ซึ่งโครงการฯ นี้ได้ดําเนินการในเดือนธันวาคม ๒๕๔๖
               ขณะนี้ได้ส่งมอบให้จังหวัดมหาสารคามเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบไปแล้ว เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๗


                              รูปแบบที่ ๗   การบุกรุกที่สาธารณะ

                              เป็นปัญหาของการตีความและการบังคับใช้กฎหมาย ในกรณีเอกชนบุกรุกเป็นปัญหาเกี่ยวกับ
               ความใส่ใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดการกับผู้บุกรุกอย่างจริงจัง  และส่วนใหญ่ผู้บุกรุกเป็นผู้มีอิทธิพลใน

               พื้นที่ ทําให้ข้าราชการระดับล่างมีความยากลําบากในการเข้าไปจัดการ แต่ในส่วนของกรณีหนองญาติจังหวัด

               นครพนม รวมทั้งกรณีของการเข้าไปพัฒนาบึงบอระเพ็ด ซึ่งผู้เข้าไปดําเนินการเป็นหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นปัญหา
               ของการตีความกฎหมายว่ามีสิทธิ์เข้าไปดําเนินการ แต่ชุมชนแย้งว่าที่สาธารณะเป็นสาธารณสมบัติของชุมชน การ

               เข้าไปใช้ประโยชน์เป็นการบุกรุก

                              รูปแบบที่ ๘   การก่อมลพิษในลําน้ํา

                              เป็นปัญหาเรื่องการเคร่งครัดในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีปัญหามี

               ปัญหาเรื่องการพิสูจน์แหล่งกําเนิดมลพิษซึ่งต้องใช้เวลาและส่วนใหญ่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า และ

               เมื่อหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบโรงงานก็ไม่ได้ปล่อยน้ําเสียลงแหล่งน้ําแล้ว


               สรุป


                              มาตรการที่ กสม. เสนอเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในกรณีโครงการที่ยังไม่ได้ก่อสร้างส่วนใหญ่
               กสม. มีมติให้ยกเลิกโครงการ ยกเว้นกรณีของเขื่อนโปร่งขุนเพชรให้มีการศึกษาผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม

               และสุขภาพของประชาชน  โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง หรือให้
               หาทางเลือกอื่น ๆ ในการพัฒนาแหล่งน้ํา ในส่วนของโครงการที่ก่อสร้างแล้ว กสม. เสนอมาตรการในการที่จะลด

               ผลกระทบโดยการให้หน่วยงานปรับปรุง ระบบการบริหารจัดการน้ํา เช่น ปรับระบบการเปิด-ปิดประตูใหม่ หรือให้
               มีการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติมเพื่อหาวิธีการแก้ไขผลกระทบได้เหมาะสม ในเรื่องของค่าชดเชย ส่วนใหญ่มีมติให้

               จ่ายเงินค่าชดเชย หรือค่าเสียโอกาสให้กับผู้เสียหาย ในเรื่อง ของการดูดทรายและเกลือ ให้หน่วยงานที่มีอํานาจ

               อนุญาต และกํากับดูแล เรื่อง ผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ลําน้ําและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปตามมาตรฐานตามที่
               กฎหมายกําหนด เป็นต้น


                              ผลการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชน ตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้ง ๕๗
               กรณี ปัญหาได้รับการแก้ไขผู้ร้องเรียนพอใจปัญหายุติแล้ว ๑๗ กรณี คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๘ และ ปัญหายังไม่ได้รับ

               การแก้ไข จํานวน ๔๐  กรณี คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๒  ในส่วนที่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข มี ๒  ลักษณะคือ ๑) มติ
               ได้รับการดําเนินการบางส่วน มีความก้าวหน้าไปบ้าง แต่ผู้ร้องเรียนยังไม่พึงพอใจ เพราะผลกระทบ และความ

               เดือดร้อนยังคงดํารงอยู่ เช่น กรณีของ เขื่อนแม่สรวยแม่ตาช้าง กรณีฝายหัวนา กรณีเขื่อนราษีไศล กรณีเขื่อนปาก

               มูล เป็นต้น และ ๒)  ยังไม่ได้ดําเนินการตามมติ แต่อย่างใด เช่น กรณีเขื่อนท่าแซะ เขื่อนแก่งเสือเต้น กรณีการสูบ
               เกลือในอําเภอโนนไทย กรณีขุดลองคลองลําพะเนียง กรณีเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นต้น




                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115   116