Page 110 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 110

๙๖ | หน้ า



                           ๒) ปัจจุบัน คณะกรรมการลุ่มน้ําซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการตัดสินข้อขัดแย้งในลุ่มน้ํา รวมทั้งเป็น

            ผู้กําหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่เหมาะสม ยังไม่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เนื่องจาก พรบ.น้ํา
            ยังอยู่ในสภา ยังไม่ผ่านเป็นกฎหมาย และรัฐบาลก็ไม่ได้เร่งรัด แต่อย่างใด จึงทําให้ข้อเสนอในส่วนของกรณี บริษัท

            กัลฟ์ ละเมิดสิทธิชุมชน และตลิ่งแม่น้ําปราจีนพัง ที่ให้คณะกรรมการลุ่มน้ําจัดการจึงไม่เป็นจริง

                           รูปแบบที่ ๕   กรณีการดูดทราย

                           ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย  ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย

            และการปกป้องสิทธิของชุมชน  ซึ่งปัจจุบันการอนุญาตให้ดูดทรายเป็นอํานาจของคณะกรรมการระดับจังหวัด

            ซึ่งถ้าจัดพื้นที่ให้ดูดทราย (Zoning)  ก็จะช่วยลดผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจํากัด ในเรื่องของการหาสาเหตุ
            ของผลกระทบจากการดูดทราย เช่นเจ้าของกิจการก็ดูดในพื้นที่ที่ได้รับสัมปทาน แต่ตลิ่งไปพังนอกพื้นที่ ทําให้ยาก

            ที่จะหาผู้รับผิดชอบ

                           รูปแบบที่ ๖   ผลกระทบจากการสูบเกลือ

                           เป็นปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่กํากับดูแล การที่จะระบุความผิด ที่จะ

            ทําให้ถึงขั้นปิดโรงงานต้องผิด พรบ. โรงงานปี ๒๕๓๕ เช่น กรณี ของการสูบเกลือในจังหวัดนครราชสีมา

                           ๑)  กรณีการสั่งปิดโรงงานทั้ง ๘  แห่ง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามมาตรา

            ๓๙ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕  อันเป็นผลจากการสั่งให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขโรงงานตาม

            มาตรา ๓๗ ปัจจุบันยังไม่มีการสั่งการให้ผู้ประกอบการทั้ง ๘ ราย ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามมาตรา ๓๗ แต่อย่างใด
            สําหรับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการต้มเกลือ ปัจจุบันยังไม่มีการต่ออายุใบอนุญาตโรงงานทั้ง ๘  แห่ง

            เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมา ได้มีคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการและคณะทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาการ

            ร้องเรียนจากการทําเกลือสินเธาว์ของจังหวัดนครราชสีมา ในพื้นที่ตําบลสําโรง  อําเภอโนนไทย โดยจะว่าจ้าง
            สถาบันการศึกษามาจัดทําโครงการศึกษาผลกระทบจากการทําเกลือสินเธาว์ แต่เนื่องจากงบประมาณของจังหวัดมี

            จํานวนจํากัด จึงไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณทําให้ไม่สามารถสนับสนุนโครงการดังกล่าวได้ และจากผลการ
            ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ปรากฏว่าไม่พบการฝ่าฝืนเงื่อนไขที่อาจเป็นผลกระทบก่อให้เกิดอันตรายต่อชุมชนที่อยู่ห่าง

            ออกไป หรือต่อสิ่งแวดล้อมจนเกิดความเสียหาย และการตรวจสอบในช่วงฤดูการผลิตที่ผ่านมา พบว่าคันทํานบดิน
            ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี ประกอบกับพื้นที่นี้มีการประกอบการเพียงไม่กี่ราย และอยู่เป็นกลุ่มเพียง ๒  กลุ่ม มิได้

            กระจายอยู่หลายแห่งทั่วตําบล

                           ๒)  ในกรณีออกใบอนุญาตหรือต่อใบอนุญาตประกอบกิจการต้มเกลือ จะต้องกําหนดให้มี

            มาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในระดับมาตรฐาน กรณีที่อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม นั้น

            ขอเรียนว่า การกําหนดมาตรการหรือเงื่อนไขใดที่เกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทําเกลือสินเธาว์ ได้
            ดําเนินการเป็นไปตามมาตรการที่กําหนดตามมติ ค.ร.ม.ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งเป็นมาตรการกลางที่กําหนดใช้ทุก

            พื้นที่ที่อนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานทําเกลือสินเธาว์ทั้ง ๕  จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะแต่ละ
            พื้นที่มีลักษณะภูมิประเทศและโครงสร้างธรณีวิทยาที่แตกต่างกัน สําหรับโครงการแก้ไขปัญหาการทําเกลือสินเธาว์

            ที่อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่


                      รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115