Page 109 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 109

หน้ า  | ๙๕



                              ๑)  การจ่ายค่าชดเชยไม่สามารถจ่าย สําหรับโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้วได้

                                   กรมชลประทานให้ข้อมูลว่า หากจะมีการจ่ายค่าชดเชยให้กับโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ก็

               สมควรที่จะแก้ไขระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรี สําหรับโครงการก่อสร้างใหม่เท่านั้น สําหรับโครงการชลประทาน

               ขนาดเล็กที่มีอยู่ทั่วประเทศนับหมื่นโครงการ คงเป็นการยากที่จะพิสูจน์การได้มาของสิทธิ์ในที่ดิน เพราะบาง
               โครงการก่อสร้างมานานกว่า ๕๐ ปีแล้ว เอกสารการอุทิศที่ดินเพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ําที่ท้องถิ่นเป็นผู้ดําเนินการนั้น

               คงค้นหาได้ยาก

                                   สําหรับมาตรการการแก้ไข ก็ควรจัดเป็นแผนงานก่อสร้างของกรมชลประทาน มิใช่ท้องถิ่น

               จัดหาพื้นที่ให้ เพราะกรมชลประทานจะได้จัดตั้งงบประมาณเพื่อการเจรจาของซื้อหรือเวนคืน หรือจ่ายตามวิธีอื่น
               เช่นจ่ายตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดิน

                                   ในกรณีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์  หรือเป็นที่ของทางราชการแต่ราษฎรบุรุกเข้าไปจับจอง

               จะต้องเป็นโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น  สําหรับโครงการเก่าที่สร้างมานานแล้วนั้น  เนื่องจากกรม

               ชลประทานไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อที่ดิน (ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา
               แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๒ ข้อ ๕ (๕) หากคณะรัฐมนตรี ต้องการจ่ายค่าชดเชย ก็ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองใน

               กรณีที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งทําได้ยากในการพิสูจน์สิทธิดังกล่าว

                              รูปแบบที่ ๔   การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ํา


                              ๑) กรณีโครงการแก่นราชภูมิ กรมชลประทานแจ้งว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา อยู่ใน
               ดุลพินิจของประชาชนอยู่แล้ว และโครงการสูบน้ําด้วยไฟฟ้า ก็อยู่ในอํานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

               จําเลยจึงไม่ใช่กรมชลประทาน กรมชลประทานได้มีหนังสือที่   กษ ๐๓๐๔ / ๔๒๒๖  ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม

               ๒๕๕๑  ชี้แจงว่าภารกิจหลักของกรมชลประทาน  คือการพัฒนาแหล่งน้ําตามศักยภาพของลุ่มน้ําให้เพียงพอ  โดย
               การจัดสรรน้ําให้กับผู้ใช้น้ําทุกประเภท  เพื่อให้ผู้ใช้น้ําได้รับน้ําอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งกรมชลประทานได้

               ดําเนินการพัฒนาแหล่งน้ําในทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งในจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และชัยภูมิ โดยวาง
               แผนการพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง ตามที่เคยได้ชี้แจงให้ กสม. ทราบก่อน

               หน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นการวางแผนการดําเนินการไว้ก่อนที่จะมีโครงการแก่นราชภูมิ เพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตรใน
               บริเวณดังกล่าว อีกทั้งในปี ๒๕๔๕ ได้มีการร้องเรียนจากราษฎรให้ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ํา การแย่งชิงน้ํา

               และปัญหาแหล่งน้ําธรรมชาติเน่าเสีย ซึ่งเป็นปัญหาที่จําเป็นต้องพิจารณาดําเนินการบริหารจัดการน้ําอย่างเป็น

               ระบบ โดยให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ดังนั้น การที่จะให้กรมชลประทานยุติการดําเนินโครงการพัฒนาและ
               ปรับปรุงแหล่งน้ําไปสนับสนุนพื้นที่การเกษตรของโครงการแก่นราชภูมิ จึงอยู่ในดุลพินิจของเกษตรกรหรือ

               ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ   เพราะว่าปัจจุบันมีกฎหมายเรื่องการมีส่วนร่วมอยู่โดยผู้มีส่วนได้ - ส่วนเสียได้ร่วมกัน

               พิจารณาจนได้ข้อยุติโครงการจึงจะดําเนินการได้  ปัจจุบันกรมชลประทานก่อนและหลังการดําเนินการจะต้องมี
               กระบวนการมีส่วนร่วม กรมชลประทานมีสํานักการมีส่วนร่วม ตั้งขึ้นมาได้ประมาณ ๒ - ๓ ปีแล้ว และในปัจจุบัน

               ไม่ทราบว่า ในพื้นที่โครงการแก่นราชภูมิยังมีการดําเนินการอย่างไรหรือไม่ ส่วนใหญ่ที่มีโครงการสูบน้ําด้วยไฟฟ้า
               จากแม่น้ําชีได้ถ่ายโอนภารกิจให้ อบต. ดูแลไปหมดแล้ว




                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   104   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114