Page 106 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 106
๙๒ | หน้ า
โครงการก็ได้ การด่วนสรุปโดยการรับฟัง ข้อมูลจากด้านผู้ร้องเรียนด้านเดียว อาจขาดข้อมูลจากผู้ที่ได้รับ
ผลกระทบจากน้ําท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ กรมชลประทานเสนอว่า การที่ที่ กสม. ให้ยกเลิกนั้นไม่ถูกต้อง เพราะ
มาตรการให้ยกเลิกเป็นมาตรการที่ง่ายที่สุด แต่ไม่มีคําตอบให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ําท่วมได้ ซึ่งมี
ผลกระทบต่อคนจํานวนมากด้วยเช่นเดียวกัน และเขาก็เป็นผู้มีสิทธิ์ที่จะให้รัฐแก้ปัญหาให้กับพวกเขาด้วย
เช่นเดียวกัน
รูปแบบที่ ๒ โครงการก่อสร้างและพัฒนาแหล่งน้ํา ของภาครัฐที่ส่งผลกระทบกับระบบ
นิเวศน์ลุ่มน้ํา และวิถีชีวิตชุมชน
๑) การให้สิทธิกับผู้บุกรุกลําคลองสาธารณะ ทําไม่ได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
กรณีโครงการก่อสร้างประตูน้ําปิดกั้นคลองวังโตนด ที่มีมติ ให้ให้กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชย์นาวี ร่วมกับ
จังหวัดจันทบุรี รับรองสิทธิของชุมชนในการจอดและเฝ้าเรือ และการใช้ประโยชน์อื่น ในพื้นที่ริมตลิ่งใต้ประตู
ระบายน้ําซึ่งเดิมติดกับที่ดินตามหนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๙๓๓ ตําบลโขมง อําเภอท่าใหม่
จังหวัดจันทบุรี ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการศึกษา กรมการ
ขนส่งทางน้ําไม่สามารถทําได้ ตามคําชี้แจงของกรมการขนส่งทางน้ําว่า ในกรณีดังกล่าวได้มีการปลูกสร้างอาคาร
สําหรับจอดเรือและอาคารบ้านพักอาศัยลงในบริเวณคลองวังโตนด ตําบลโขมง อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี อัน
เป็นแม่น้ําลําคลองที่อยู่ในอํานาจดูแลรักษาของกรมฯ โดยมิได้รับอนุญาตและไม่อยู่ในลักษณะของสิ่งล่วงล้ําลําน้ําที่
พึงอนุญาตได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเดินเรือในน่านน้ําไทย
พุทธศักราช ๒๔๕๖ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงได้มีการแจ้งความดําเนินคดีกับผู้บุกรุก และศาลจังหวัดจันทบุรีมี
คําพิพากษาในคดีอาญาว่าผู้บุกรุกทั้ง ๙ ราย มีความผิดตามมาตรา ๑๑๗ และมาตรา ๑๑๘ แห่งพระราชบัญญัติ
เดินเรือในน่านน้ําไทย พุทธศักราช ๒๔๕๖ สํานักงานการขนส่งทางน้ําที่ ๖ สาขาจันทบุรี ในฐานะเจ้าท่า จึงได้ออก
คําสั่งให้ผู้บุกรุกทั้ง ๙ ราย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกไป และมีเพียง ๒ รายที่ทําการรื้อถอน ยังคงเหลือผู้บุก
รุกอีก ๗ ราย ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งให้รื้อถอนและได้อุทธรณ์คําสั่งดังกล่าว สํานักงานการขนส่งทางน้ําที่ ๖ สาขา
จันทบุรี ผู้ออกคําสั่งได้พิจารณาอุทธรณ์แล้วไม่เห็นด้วยกับคําอุทธรณ์ และส่งเรื่องให้ปลัดกระทรวงคมนาคมผู้มี
อํานาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณา และปลัดกระทรวงคมนาคมได้พิจารณายกอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ทั้ง ๗ ราย และ
ในปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชย์นาวี แจ้งว่า บทบัญญัติ ม.๑๑๗ พรบ.การเดินเรือในน่านน้ําไทย
พ.ศ.๒๕๔๖ กําหนดห้ามบุคคลปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ําลําน้ํา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมฯ และจะต้องเป็นสิ่ง
ล่วงล้ําลําน้ําที่พึงอนุญาตได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) แต่เมื่อสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ปลูกสร้างโดย
ไม่ได้รับอนุญาต และไม่เข้าลักษณะของสิ่งปลูกสร้างที่พึงอนุญาตได้ตามกฎกระทรวงแล้ว การกระทําดังกล่าวจึง
เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้น การดําเนินการทางปกครองตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทย พระ
พุทธศักราช ๒๔๕๖ และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ ในการออกคําสั่งให้รื้อถอนก็
ต้องดําเนินการต่อไป กรมฯ ไม่อาจยุติกระบวนการตามกฎหมายได้ แม้ต่อมาจะมีการเพิกถอน น.ส.๓ ก.ตามมติ
ของ คอก.น้ําแร่ฯ ทําให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นที่สาธารณประโยชน์ ผู้ร้องเรียนก็ไม่อาจขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ํา
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

