Page 28 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 28
26
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
ปัญหาเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง
เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๓ โดยกำาหนดเงื่อนไขการจำากัดเสรีภาพไว้ว่า จะทำา
ได้โดยอาศัยอำานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่
สาธารณะ ประชาชนไทยโดยทั่วไปมีโอกาสใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ
ทั้งการคัดค้านนโยบายรัฐบาลและการเรียกร้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากรัฐ
ในช่วงปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ มีสถานการณ์ทางการเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงการละเมิดสิทธิ
มนุษยชน กล่าวคือ นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา ได้มีการชุมนุมทางการเมืองที่มีผู้เข้าร่วมชุมนุม
เป็นจำานวนมากหลายครั้ง โดยในปี ๒๕๕๑ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)
ได้ชุมนุมอย่างยืดเยื้อเป็นเวลา ๑๙๓ วัน มีการขับไล่รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีการยึด
สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ตลอดจนการปิดล้อมรัฐสภา จนทำาให้มีการสลาย
การชุมนุมและมีผู้เสียชีวิต ๒ คน เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ หลังจากนั้น มีการชุมนุมของกลุ่ม
แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย
ต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ เพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ ทำาให้รัฐบาลร่วมกับที่ประชุมสุดยอดผู้นำาอาเซียน หรือเวทีอาเซียนซัมมิท ที่โรงแรม
รอยัล คลิฟบีช รีสอร์ท เมืองพัทยา ต้องประกาศเลื่อนการประชุมออกไป ซึ่งได้ส่งผลกระทบ
ต่อเศรษฐกิจ สังคม ภาพลักษณ์ และเกียรติภูมิของประเทศไทย รวมทั้งด้านการท่องเที่ยว
รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่
๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ และได้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวใน
วันเดียวกัน เมื่อได้ดำาเนินการอารักขาคุ้มครองผู้นำาประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจาของ
อาเซียน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้เข้าร่วมประชุมของทุกประเทศเดินทางกลับเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้น ได้เกิดการชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ และหลายจังหวัด จนรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์
ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และบางอำาเภอของ

