Page 25 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 25
23
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บัญญัติว่า “ในวาระเริ่มแรกให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไป
เป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ดำาเนินการจัดทำาหรือปรับปรุงกฎหมายในเรื่องดังต่อไปนี้ ให้แล้วเสร็จ
ภายในเวลาที่กำาหนด (๑) ...และกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตาม มาตรา
๒๕๖ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตาม มาตรา ๑๗๖” ทำาให้คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่สามารถปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะการเสนอเรื่องและการฟ้องคดี
ต่อศาลที่ยังไม่มีกฎหมายกำาหนดรายละเอียดที่จำาเป็นและใช้เป็นฐานอำานาจในการออกระเบียบปฏิบัติ
ที่เกี่ยวข้องได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
นอกจากนั้น ความเหลื่อมล้ำายังคงเป็นปัญหาสำาคัญของสังคมไทยที่ฝังรากลึกมานานและ
ส่งผลกระทบด้วยสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ปัญหาดังกล่าวมีความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง
ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสในการพัฒนาตนเองได้อย่างเท่าเทียมกัน การบังคับ
ใช้กฎหมายหรือการใช้นโยบายการกระจายอำานาจที่ไม่ประสบความสำาเร็จเท่าที่ควร ไม่สามารถแก้ไข
ปัญหาและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นได้ ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลได้สนับสนุนกระบวนการปฏิรูป
ประเทศไทยที่ริเริ่มจากภาคประชาสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำาทาง
สังคม แต่ก็ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรม
แม้ว่าประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาหลักระหว่างประเทศด้านสิทธิ
มนุษยชน ๗ ฉบับ รวมทั้งได้ให้คำามั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนโดยการปรับปรุงกฎหมาย สร้าง
ความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมระบบยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มคนชายขอบ
แต่การดำาเนินการเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติยังมีความล่าช้าและไม่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร โดยเฉพาะ
การดำาเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจำาสนธิสัญญาหลายเรื่องให้เกิดผลที่เป็น
รูปธรรม แม้ว่าจะมีการแก้ไขและตรากฎหมายที่คุ้มครองสิทธิขึ้นใหม่หลายฉบับแล้วก็ตาม
ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาสำาคัญในการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นผลอย่างจริงจัง การอำานวย
ความยุติธรรมแก่ประชาชนยังเป็นปัญหา ทั้งในส่วนของการดำาเนินคดีอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
การเยียวยาผู้เสียหาย การนำาตัวผู้กระทำาผิดมาลงโทษ โดยเฉพาะกรณีการสังหารนอกกระบวนการ
ยุติธรรมจากนโยบายปราบปรามยาเสพติด การสร้างความตระหนักให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้
กฎหมายในการเคารพสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ และการดูแล
คุ้มครองกลุ่มบุคคลที่เสี่ยง โดยเฉพาะเด็กและสตรี ต่อการถูกละเมิดสิทธิจากความรุนแรงและการ
ค้ามนุษย์ แรงงานข้ามชาติ คนไร้รัฐ ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน และผู้อพยพ

