Page 31 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 31
29
29
คณะกรร
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ปัญหาการค้ามนุษย์
การที่ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เป็นสาเหตุ
สำาคัญที่ทำาให้ สตรี เด็ก และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า
ผ่านแนวพรมแดนที่ติดต่อกัน และตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะธุรกิจทาง
เพศ รวมถึงสตรีและเด็กไทยที่มาจากครอบครัวยากจน และชนกลุ่มน้อยซึ่งถูกหลอกลวงให้ค้าบริการ
ทางเพศในไทยหรือถูกส่งไปประเทศอื่น รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งเป็นมาตรการสำาคัญในการแก้ไขปัญหา โดยระหว่าง ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
มีการดำาเนินคดีตามกฎหมายดังกล่าว ๑๓๗ คดี และมีมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งการจัดทำาแผน
ระดับชาติ การตั้งกลไกเพื่อบูรณาการการทำางานระหว่างหน่วยงานที่ส่วนกลางกับท้องถิ่น และ
การร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ปัญหายังคงดำารงอยู่ และถูกวิจารณ์เกี่ยวกับการทุจริตของ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และการไม่นำาตัวผู้กระทำาผิดมาลงโทษ
ในกรณีการค้ามนุษย์ที่เป็นแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งประมาณว่า
มีมากถึง ๒ ล้านคน ที่เข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น แรงงานบางส่วนเสี่ยงต่อการถูกเอารัด
เอาเปรียบจากนายหน้าทั้งในประเทศต้นทางและประเทศผู้รับ และการถูกละเมิดสิทธิจากทั้งนายจ้าง
และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น การได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมเมื่อถูกจับกุม การไม่ได้รับความคุ้มครอง
สิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานทั้งในเรื่องของค่าจ้าง เสรีภาพในการเดินทาง สภาพความเป็นอยู่และ
การทำางานที่เลวร้าย และการเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล เป็นต้น
ในปี ๒๕๕๒ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดำาเนินการจัดระบบจ้างแรงงานอพยพ
เข้าเมืองทั้งระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต ไม่กระทบต่อการจ้างแรงงานไทย
และความมั่นคงของประเทศ เพื่อไม่ให้แรงงานเหล่านี้จะถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกขูดรีดจาก
กระบวนการค้ามนุษย์ โดยเน้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ดังนี้
: ต่อใบอนุญาตทำางานปี ๒๕๕๒
และการจดทะบียนแรงงานต่างด้าว จำานวน ๑,๓๑๐,๖๙๐ คน
: ต่ออายุใบอนุญาตทำางานแรงงานต่างด้าว จำานวน ๓๘๒,๕๔๑ คน

