Page 32 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 32

30
                                                         30
                               รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒๑-๒๕๕๒
                               รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕




                         : ขอรับใบอนุญาตทำางาน จำานวน ๑,๐๕๙,๕๘๗ คน
                         : ดำาเนินการพิสูจน์สัญชาติเพื่อเปลี่ยนสถานะแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง

                           ให้เป็นแรงงานที่เข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย จำานวน ๑๒๔,๑๗๖ คน โดยนำาเข้า
                           แรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ จำานวน ๒๗,๑๘๗ คน

                           ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความ
                  ร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน (Memorandom of Understanding : MOU)  กับประเทศพม่า ลาว
                  และกัมพูชา ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการทำาทะเบียนประวัติจากกรมการปกครองแล้ว  ต้องได้รับการ

                  ตรวจสุขภาพและเข้าระบบประกันสุขภาพ  ซึ่งแรงงานต่างด้าวต้องชำาระค่าธรรมเนียมเอง  สำาหรับ
                  บุตรของแรงงานต่างด้าว  คณะรัฐมนตรีมีมติผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

                  เท่าที่แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้รับการผ่อนผันให้ทำางาน


                                 ปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ


                                  ผู้อพยพ คนไทยพลัดถิ่น และผู้หนีภัยจากการสู้รบ




                         ประเทศไทยมีกลุ่มคนไร้รัฐหรือคนที่มีปัญหาสถานะที่ทำาให้ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ
                  รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ปัญหาของคนกลุ่มนี้ตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของ

                  บุคคล ปี ๒๕๔๘  และมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  แต่การให้สัญชาติแก่กลุ่มชาติพันธุ์ทาง
                  ภาคเหนือ  รวมถึง ผู้อพยพลาว กัมพูชา และเวียดนามในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่มีความ

                  ก้าวหน้า  นอกจากนี้ คนไทยพลัดถิ่นยังไม่ได้รับการคืนสัญชาติไทย จึงยังไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ
                  เช่น การเดินทาง การประกอบอาชีพ การศึกษา และการประกันสุขภาพ เป็นต้น

                         การสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลพม่ากับกองกำาลังชนกลุ่มน้อยบริเวณชายแดนไทย-พม่า

                  ทำาให้มีชาวพม่าหลบหนีภัยการสู้รบเข้ามาในเขตไทยนับหมื่นคน  รัฐบาลไทยได้ให้ที่พักพิงผู้หนีภัย
                  เป็นการชั่วคราวให้การดูแลตามหลักมนุษยธรรม และส่งกลับเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย  อย่างไรก็ดี
                  มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลได้ผลักดันผู้หนีภัยการสู้รบตามแนวชายแดนกลับประเทศ  ทั้งที่สถานการณ์

                  ยังไม่ปลอดภัยหลายครั้ง  นอกจากนี้ ชนกลุ่มน้อยซึ่งหนีภัยการสู้รบเข้ามาในประเทศมีความซับซ้อน
                  มากขึ้น เพราะส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่เข้ามาแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจด้วย  เจ้าหน้าที่ของรัฐจึงปฏิบัติ
                  ต่อบุคคลเหล่านี้  เป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศ  ดังเช่นกรณีของ

                  ชาวโรฮิงญาซึ่งหลบหนีเข้ามาในเขตน่านน้ำาไทย  โดยการใช้เรือเล็กและถูกผลักดันออกไปในสภาพที่
                  เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37