Page 24 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 24

22
                                                        22
                               รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕
                               รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒๑-๒๕๕๒


























                         ในช่วง ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ บริบททางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นปัจจัยที่มีผลต่อ
                  สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย  โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงปลายปี
                  พ.ศ.๒๕๔๘   จนถึงการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร กรณีการขายหุ้น

                  โทรคมนาคม บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำากัด โดยไม่ชำาระภาษีรายได้จำานวนหลายหมื่นล้านบาท และ
                  การบริหารประเทศที่มีลักษณะมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์
                  ของรัฐ (Conflict of Interests) ที่เริ่มขยายตัวอย่างกว้างขวาง  เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๔๙  การก่อตั้งกลุ่ม

                  ประชาชนในนาม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้เปิดประเด็นต่อต้านการกระทำาอันมิชอบ
                  ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล  มีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องใน
                  หลายพื้นที่ทั่ว กทม.  จนเกิดการรัฐประหารยึดอำานาจจากรัฐบาล ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ โดย

                  คณะปฏิรูปก�รปกครองในระบอบประช�ธิปไตยอันมีพระมห�กษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข หรือ คปค. ที่
                  เปลี่ยนชื่อมาเป็น คณะมนตรีคว�มมั่นคงแห่งช�ติ (คมช.) ในภายหลัง  ภายใต้การนำาของ พลเอกสนธิ

                  บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการกองทัพบกในขณะนั้น  และพลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์ ได้รับการแต่งตั้งเป็น
                  นายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลขึ้นทำาหน้าที่บริหารประเทศ  จากนั้นได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
                  แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และได้มีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐

                  ปรากฏว่า พรรคพลังประชาชน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง  และนายสมัคร สุนทรเวช ได้รับการเสนอ
                  ชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี  กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้มีการชุมนุมประท้วงที่มีการ

                  ขยายตัวถึงขั้นปิดล้อมทำาเนียบรัฐบาลและบุกเข้ายึดทำาเนียบรัฐบาลในที่สุด
                         รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติ รับรองสิทธิ เสรีภาพ และ
                  ความเสมอภาคของประชาชนไว้อย่างกว้างขวาง  แต่การตรากฎหมายหรือจัดตั้งกลไกในการคุ้มครอง

                  สิทธิต่างๆ ตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ในหลายมาตรายังไม่มีการดำาเนินการและไม่มีความคืบหน้า
                  เท่าที่ควร  โดยเฉพาะการจัดตั้ง องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง
                  และการจัดทำาหรือปรับปรุงกฎหมาย เพื่อดำาเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่แล้วเสร็จภายใน

                  เวลาที่กำาหนด ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๓  โดยเฉพาะ
                  อย่างยิ่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งมาตรา ๓๐๓ วรรคหนึ่ง
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29