Page 20 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 20
18
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
ในส่วนของอนุสัญญาที่เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ประเทศไทยได้เป็นภาคี
อนุสัญญาที่มีการจัดทำาภายใต้องค์การแรงงานระหว่างประเทศ รวม ๑๔ ฉบับ ฉบับล่าสุด คือ
อนุสัญญาหมายเลข ๑๕๙ ว่าด้วยการอบรมฟื้นฟูแรงงานและการจ้างงาน (สำาหรับผู้มีความพิการ)
ซึ่งรัฐบาลไทยให้สัตยาบัน เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๗
รัฐบาลไทยประกาศถอนตัว ๑ ฉบับ คือ อนุสัญญาหมายเลข ๑๒๓ ว่าด้วยอายุขั้นต่ำา (สำาหรับการทำางาน
ใต้ดิน) ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยอายุขั้นต่ำาหมายเลข ๑๓๘ ซึ่งกำาหนด
อายุขั้นต่ำาที่ครอบคลุมการทำางานในทุกสภาวะในวันเดียวกัน (๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๗)
นอกจากนั้น รัฐบาลไทยยังยอมรับผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศอีก
หลายฉบับ เช่น กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยมนุษยธรรม และได้ยอมรับหลักการสิทธิมนุษยชน
ที่ปรากฏในปฏิญญาต่างๆ ในระดับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยและสมาชิกอื่นในภูมิภาคอาเซียน
ให้การรับรองนับแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ได้แก่ ปฏิญญาว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรีในทุก
รูปแบบ ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะหญิงและเด็ก และปฏิญญาสมาคม
ประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของแรงงานข้ามชาติ แม้ว่า
หลักการตามปฏิญญาเหล่านี้จะไม่มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมาย แต่ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์
ทางการเมืองที่จะดำาเนินการให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว และล่าสุดคือ การรับรองกฎบัตรอาเซียน
ซึ่งมีผลผูกพันกับประเทศสมาชิก โดยมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ กฎบัตรอาเซียน
มีหลักการและเป้าหมายที่ให้ความสำาคัญกับการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ อาเซียนยังได้มีการมีการจัดตั้งกลไกเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค ได้แก่
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนระหว่างรัฐอาเซียน(ASEAN Inter-governmental Commission
on Human Rights – AICHR) ซึ่งจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ ตามมาตรา ๑๔ ของ
กฎบัตรอาเซียน และคณะกรรมาธิการว่าด้วยสิทธิสตรีและเด็ก (ASEAN Commission on the
Rights of Women and Children) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ (พ.ศ.๒๕๔๗ – ๒๕๕๓)
๒.๒ สิทธิมนุษยชนต�มรัฐธรรมนูญ
สำาหรับภายในประเทศแล้ว รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และได้
มีการบัญญัติรับรองและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔ และ ๕ ให้ความคุ้มครองศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และ
ความเสมอภาคของบุคคล มีบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทยในหมวดที่ ๓ ซึ่งมี ๑๓ ส่วน
และถือว่าสิทธิมนุษยชนได้รับการรับรองอย่างกว้างขวางด้วยเช่นกัน ในส่วนที่ ๑ บททั่วไป มาตรา ๒๘
ระบุว่า “บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิ
และเสรีภาพของบุคคลอื่น” กับระบุเพิ่มเติมไว้ในวรรค ๒ ว่า “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ

