Page 19 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 19

17


                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ




                     ตีความหรือใช้บทบัญญัติดังกล่าว  จะจำากัดหรือเป็นไปตามตราสารด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
                     ฉบับอื่นๆ ที่ไทยเป็นภาคี”

                                   นอกจากนั้น ประเทศไทยยังคงการแถลงตีความในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการ
                     กำาหนดเจตจำานงของตนเอง (Right of Self-Determination)  ที่ระบุไว้ในภาค ๑ ข้อ ๑ ของกติกา

                     ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม  และกติการะหว่างประเทศว่าด้วย
                     สิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ว่าไทยตีความหมายของสิทธิในการกำาหนดเจตจำานงของตนเอง
                     ตามที่ปรากฏในปฏิญญาเวียนนาและแผนปฏิบัติการ  กล่าวคือ สิทธิดังกล่าวไม่ได้เป็นการ “อนุญาต

                     ให้มีการกระทำาใดๆ ที่จะมีผลกระทบต่อบูรณภาพแห่งดินแดน”  เฉพาะฉบับหลังนี้ ประเทศไทยยังมี
                     การทำาถ้อยแถลงตีความใน มาตรา ๖ วรรค ๕ มาตรา ๙ วรรค ๓ และมาตรา ๒๐ วรรค ๑ อีกด้วย

                                   ในส่วนที่เกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก  รัฐบาลได้ตั้งข้อสงวนในข้อ ๗  เรื่อง
                     สิทธิของเด็กที่จะได้รับการจดทะเบียนเกิดและได้รับสัญชาติ  อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.๒๕๕๑ ได้มีการ

                     พิจารณาและรับรองพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑  ให้จดทะเบียนเกิด
                     แก่เด็กทุกคนที่เกิดในประเทศไทย  ไม่ว่าเด็กนั้นจะมีสถานะทางกฎหมายหรือไม่  ทำาให้ไทยสามารถ

                     ปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น   นอกจากนี้ ไทยได้ตั้งข้อสงวนใน ข้อ ๒๒
                                                                 ๑
                     เรื่องสถานะของเด็กผู้ลี้ภัย โดยระบุว่า ประเทศไทยจะถือปฏิบัติตามกฎหมายไทยในส่วนที่เกี่ยวข้อง
                     เป็นหลัก  อีกทั้งได้มีการทำาถ้อยแถลงตีความพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการใช้เด็ก

                     เป็นทหาร  ซึ่งโดยสาระเน้นที่การเกณฑ์ทหาร การฝึกรักษาดินแดน (ร.ด.) ของนักเรียนระดับมัธยม
                     การเกณฑ์ทหารในยามสงคราม และการห้ามองค์กรที่ไม่ใช่รัฐเกณฑ์ทหารหรือมีกองกำาลังทหาร

                                   นอกจากนั้น  รัฐบาลไทยยังคงข้อสงวนใน ข้อ ๑๖ ของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัด
                     การเลือกประติบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเสมอภาคในครอบครัว และข้อ ๒๙

                     ว่าด้วย การยอมรับอำานาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในการตีความและการระงับข้อพิพาท

                                   แม้ว่ารัฐบาลไทยจะยังคงข้อสงวนบางข้อในกติกาหรืออนุสัญญาระหว่างประเทศ

                     ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนบางฉบับไว้  แต่นอกเหนือไปจากข้อสงวนและถ้อยแถลงตีความที่ระบุไว้
                     ข้างต้นแล้ว ประเทศไทยได้ยอมรับพันธกรณีหลักๆ ที่ระบุไว้ในกฎหมายแต่ละฉบับ พันธกรณีดังกล่าว

                     ได้แก่ การเสนอรายงานต่อคณะกรรมการประจำากติกาหรืออนุสัญญาแต่ละฉบับของสหประชาชาติ
                     ทั้งรายงานฉบับแรก (Initial Report) และรายงานรอบฉบับต่อๆ ไปที่ต้องเสนอเป็นระยะๆ (Periodic
                     report)  โดยในรายงาน  ไทยจะต้องชี้แจงมาตรการทั้งทางกฎหมายและนโยบายที่ได้ดำาเนินการ

                     เพื่อมารองรับสิทธิต่างๆ ที่ประเทศไทยยอมรับตามกฎหมาย  รวมถึง การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้
                     สอดคล้องกับพันธกรณีในกติกาและอนุสัญญาแต่ละฉบับที่ไทยเป็นภาคี



                     ๑   คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๓ เห็นชอบให้ไทยถอนข้อสงวนในข้อ ๗ ของอนุสัญญา
                         ว่าด้วยสิทธิเด็ก และรัฐบาลไทยได้แจ้งการถอนข้อสงวนดังกล่าวไปยังสหประชาชาติแล้ว  โดยการถอนข้อสงวน
                         ของไทย มีผลตั้งแต่ วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓
   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24