Page 16 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 16
14
14
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒๑-๒๕๕๒
มีการมองว่าสิทธิต่างๆ อาจไม่สามารถพัฒนาไปพร้อมๆได้ เช่น หากต้องการส่งเสริมสิทธิ
ทางเศรษฐกิจและสังคม อาจจำาเป็นต้องจำากัดสิทธิทางการเมือง สิทธิพลเมืองบางอย่าง เช่น การที่
ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดความเห็น การรวมตัวกัน อาจไม่เอื้อต่อการดำารงไว้
ซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง อาจส่งผลให้สังคมวุ่นวายไร้ระเบียบ เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ
อันจะส่งผลถึงการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม เพราะไม่เอื้อต่อบรรยากาศการลงทุน แต่ในความเป็นจริง
สิทธิแต่ละประเภทล้วนเชื่อมโยงกัน ในสังคมประชาธิปไตยย่อมต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ
มีเสียง และมีส่วนร่วมได้ คุณภาพของการมีส่วนร่วมย่อมขึ้นอยู่กับการมีความเป็นอยู่และสุขภาวะ
ที่ดี ได้รับการศึกษา และข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนและเท่าเทียมกัน สามารถแสดงความคิดเห็นได้
อย่างอิสระ ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจในเรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อการดำารงชีวิตของ
คนในชุมชนและสังคม ความขัดแย้งระหว่างรัฐและประชาชนจะลดลง และการเมืองก็จะมีเสถียรภาพ
มากขึ้น
ในฐานะปัจเจกบุคคลถือว่า มนุษย์เป็นเจ้าของสิทธิ ผู้ทรงสิทธิ และต่างก็มีสิทธิเท่าเทียมกัน
แต่มนุษย์ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว หากต้องอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น มนุษย์แต่ละคนจึงมีหน้าที่ที่จะต้องเคารพ
สิทธิของผู้อื่นด้วย ในขณะเดียวกัน สิทธิบางอย่างเป็นสิทธิที่มีร่วมกัน เช่น สิทธิในภาษา วัฒนธรรม
สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งต้องดำารงรักษาร่วมกัน ไม่ได้เป็นของบุคคลหนึ่งบุคคลใด สิทธิร่วมกัน
ดังกล่าวนี้มีความสำาคัญและนับวันจะสำาคัญยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสิทธิชุมชน การที่รัฐเลือกแนวทางการ
พัฒนาแบบเสรีนิยม และให้ความสำาคัญกับตัวเลขความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความทันสมัย
จึงละเลยภูมิปัญญาและวัฒนธรรมการดำารงชีวิต และสิทธิชุมชน
แนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงอำานาจในสองระดับ คือ คว�ม
สัมพันธ์ระหว่�งปัจเจกกับปัจเจก ในกรณีที่มีความขัดแย้งหรือมีปัญหาละเมิดซึ่งกันและกัน หน่วยงาน
ของรัฐจะทำาหน้าที่ไกล่เกลี่ย ตรวจสอบ และนำาผู้ละเมิด/ผู้กระทำาความผิดมาลงโทษ และ คว�ม
สัมพันธ์ระหว่�งรัฐกับประช�ชน ด้วยเหตุที่รัฐมีหน้าที่ต้องดูแลคุ้มครองประชาชน ในขณะที่รัฐมีทั้ง
อำานาจในทางการเมือง กฎหมาย จึงมีโอกาสและช่องทางที่จะละเมิดสิทธิของประชาชนได้มากกว่า
ระหว่างประชาชนด้วยกันเอง การตรวจสอบรัฐโดยรัฐเอง อาจมีปัญหาว่าประชาชนจะได้รับความเป็น
ธรรมมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่ภาคประชาชนยังไม่เข้มแข็ง และมีข้อจำากัดใน
การตรวจสอบการใช้อำานาจรัฐ

