Page 346 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 346

3.  การแขวน



                    206.  การแขวนเป็นรูปแบบการทรมานที่พบเห็นโดยทั่วไป ซึ่งสามารถท�าให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก
              แต่ทิ้งร่องรอยพยานหลักฐานที่มองเห็นได้เพียงเล็กน้อย บุคคลใดที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมตัวอาจลังเลที่จะ

              ยอมรับว่าถูกทรมาน แต่จากการตรวจ พบว่า มีการสูญเสียประสิทธิภาพของระบบประสาทส่วนปลาย หรือ
              การวินิจฉัยข่ายประสาทแขนเป็นข้อพิสูจน์ของการวินิจฉัยว่า เกิดจากวิธีทรมานแบบแขวน การแขวนอาจท�าได้

              หลายรูปแบบ เช่น
                         (a)  แขวนแบบกางเขน โดยถ่างแขนออกไปและผูกไว้กับราวขวาง

                         (b)  แขวนแบบวิธีการแขวนเนื้อ โดยผูกมือยกสูงขึ้นไม่ว่าจะสองข้างหรือทีละข้าง

                         (c)  แขวนแบบกลับกันกับการแขวนเนื้อ โดยผูกขายกสูงขึ้นและหัวห้อยลงมา

                         (d) แขวนแบบ “ปาเลสไตน์” โดยมัดปลายแขนไว้ข้างหลังโดยข้อศอกงอ 90 องศาและปลายแขน

              ถูกผูกติดกับราวขวาง อีกวิธีหนึ่ง คือ ผู้ต้องขังถูกแขวนโดยใช้สายรัดผูกรอบข้อศอกหรือข้อมือโดยที่แขนไขว้
              ไปทางหลัง

                         (e)  แขวนแบบ “นกแก้วเกาะราว” โดยให้เข่างอกับราวในขณะที่ข้อมือถูกมัดไว้กับข้อเท้า

                    207.  การแขวนอาจกินเวลานานตั้งแต่ 15 นาที ถึง 20 นาที จนถึงหลายชั่วโมง การแขวนแบบ

              “ปาเลสไตน์” ในช่วงเวลาสั้นๆ อาจท�าให้เกิดการบาดเจ็บถาวรของข่ายประสาทแขนได้ ส่วนการแขวนแบบ
              “นกแก้วเกาะราว” อาจท�าให้เกิดการฉีกขาดของเอ็นยึดเข่า ผู้เสียหายมักจะถูกตีหรือไม่ก็ถูกทารุณในขณะ

              ถูกแขวน การบาดเจ็บเรื้อรังมักพบอาการปวดและอาการกดเจ็บรอบๆ ข้อไหล่ โดยเฉพาะภายในข้อไหลจะยัง
              คงอยู่ เนื่องมาจากการยกของหนักและการหมุนรอบ ที่จะท�าให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงหลายปีต่อมา

              อาการแทรกซ้อนในระยะเฉียบพลันอันเกิดตามหลังการถูกแขวนรวมถึงการอ่อนแรงของแขนหรือมือ ความเจ็บ
              ปวดและการสูญเสียความสามารถในการรับความรู้สึก อาการชา ไวต่อการสัมผัส ความเจ็บปวดบริเวณผิวหนัง

              และการขาดปฏิกิริยาโต้ตอบของเส้นเอ็น ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงลึกอาจปิดบังความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ
              ในระยะเรื้อรังนั้น ความอ่อนแรงอาจมีอยู่ต่อไปและพัฒนาเป็นการสูญเสียกล้ามเนื้อ อาการชาและการสูญเสีย

              ความสามารถ ในการรับความรู้สึกจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การยกแขนหรือยกของหนักอาจท�าให้เกิดความปวด
              ชาหรืออ่อนแรง นอกเหนือจากการบาดเจ็บทางประสาทแล้ว อาจจะมีการฉีกขาดของเอ็นข้อไหล่ การเคลื่อน

              ของกระดูกสะบักและการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อในบริเวณหัวไหล่ ในการตรวจสอบภาพด้านหลัง อาจจะเห็น
              “กระดูกสะบักงุ้ม” (บริเวณขอบด้านในของกระดูกสะบัก) อาจเกิดจากการบาดเจ็บที่เกิดกับ long thoracic

              nerve ประสาททรวงอกส่วนยาวหรือการเคลื่อนที่ของสะบัก

                    208.  การบาดเจ็บของระบบประสาทมักพบไม่เท่ากันในแขนแต่ละข้าง มักจะมีผลต่อแขนไม่เท่ากัน
              การบาดเจ็บของกลุ่มเส้นประสาทส่วนปลายที่ส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อแขนเห็นได้จากความผิดปกติในการสั่งงาน

              การรับความรู้สึก และการตอบสนองกลับฉับพลัน












              100  พิธีสารอิสตันบูล
   341   342   343   344   345   346   347   348   349   350   351