Page 327 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 327
I. การใช้ล่าม
150. ด้วยเหตุผลหลายประการ การใช้ล่ามเป็นสิ่งจ�าเป็นเพื่อช่วยให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจมากขึ้น แม้ว่า
ผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์อาจใช้ภาษาเดียวกันบางส่วน แต่ข้อมูลที่ก�าลังค้นหามีความส�าคัญเกินกว่า
จะยอมเสี่ยงกับข้อผิดพลาดที่เกิดจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ล่ามจะต้องได้รับค�าแนะน�าว่า
สิ่งที่เขาได้ยินและแปลระหว่างการสัมภาษณ์นั้นเป็นความลับ ล่ามเป็นผู้ที่ได้รับข้อมูลทั้งหมดในล�าดับแรก
โดยยังไม่ผ่านการกลั่นกรอง ผู้ถูกสัมภาษณ์จะต้องได้รับการรับรองว่าจะไม่มีการน�าข้อมูลที่ได้ไปใช้ในทางที่ผิด
ไม่ว่าจะเป็นโดยผู้สืบสวนสอบสวนหรือล่ามเอง (ดูบทที่ 6 หมวด C.2)
151. หากล่ามไม่ใช่มืออาชีพ ผู้สืบสวนสอบสวนที่ท�าการสัมภาษณ์มักมีความเสี่ยงที่จะสูญเสีย
ความสามารถในการควบคุมการสัมภาษณ์ ผู้ถูกสัมภาษณ์อาจพูดเลยเถิดเมื่อได้สนทนากับบุคคลที่ใช้ภาษา
เดียวกัน และการสัมภาษณ์อาจจะถูกเบี่ยงเบนประเด็นออกไปไกล นอกจากนั้น มีความเสี่ยงที่ล่ามจะมีอคติซึ่ง
อาจชี้น�าผู้ถูกสัมภาษณ์ในการตอบ การสูญเสียข้อมูลทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากต้องท�างานผ่านล่าม ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างที่สุด ผู้สืบสวนสอบสวนอาจต้องหยุดจดบันทึกระหว่าง
การสัมภาษณ์และด�าเนินการสัมภาษณ์โดยแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ หลายช่วงแทน เพื่อที่จะมีเวลาในการเขียน
ประเด็นส�าคัญที่ถูกกล่าวออกมาในแต่ละช่วง
152. ผู้สืบสวนสอบสวนจะต้องพูดและสบตากับผู้ถูกสัมภาษณ์ แม้ว่าผู้ถูกสัมภาษณ์มีแนวโน้มที่จะพูด
กับล่ามมากกว่าก็ตาม เป็นการดีกว่าที่จะใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 ในการพูดผ่านล่าม ยกตัวอย่างเช่น “แล้วคุณท�า
อะไรต่อหลังจากนั้น” แทนที่จะใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 เช่น “ถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น” สิ่งที่มักเกิดขึ้น
บ่อยก็คือ ผู้สืบสวนสอบสวนจดบันทึกระหว่างที่ล่ามก�าลังแปลค�าถามหรือผู้ถูกสัมภาษณ์ก�าลังตอบ ผู้สืบสวน
สอบสวนบางคนอาจดูเหมือนไม่ได้ก�าลังรับฟังอยู่ เพราะการสัมภาษณ์ใช้ภาษาที่ตนไม่เข้าใจ กรณีเช่นนี้ไม่ควร
เกิดขึ้น เพราะจ�าเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สืบสวนสอบสวนจะต้องให้ความส�าคัญต่อภาษากาย การแสดงออกทางสีหน้า
น�้าเสียงที่ใช้และอากัปกิริยาของผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่ใช่เพียงแค่ค�าพูด ทั้งนี้เพื่อที่จะได้เห็นภาพรวมทั้งหมด
ผู้สืบสวนสอบสวนควรท�าความคุ้นเคยกับค�าที่เกี่ยวข้องกับการทรมานในภาษาของผู้ถูกสัมภาษณ์เพื่อแสดงให้
เห็นว่ามีความรู้ในประเด็นเหล่านี้จริง การแสดงปฏิกิริยาแทนการแสดงสีหน้าเรียบเฉย เมื่อได้ยินค�าที่เกี่ยวข้อง
กับการทรมาน เช่น Submarino หรือ Darmashakra จะช่วยให้ผู้สืบสวนสอบสวนดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
153. เมื่อเข้าไปเยี่ยมผู้ต้องขัง จะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่ใช้ล่ามที่เป็นคนท้องถิ่น หากมีความเป็นไปได้ว่า
ผู้ต้องขังที่ถูกสัมภาษณ์ไม่ไว้วางใจล่ามผู้นั้น และอาจเป็นการไม่ยุติธรรมต่อล่ามท้องถิ่นเช่นกัน เพราะภายหลัง
การเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังอาจ “ถูกเรียกไปพูดคุย” โดยเจ้าหน้าที่ หรืออาจตกอยู่ภายใต้แรงกดดันว่า
มีความเกี่ยวข้องกับนักโทษการเมือง ดังนั้น จึงเป็นการดีที่สุดที่จะใช้ล่ามอิสระซึ่งถูกมองว่ามาจากสถานที่อื่น
สิ่งดีที่สุดรองลงมาจากการที่มีล่ามพูดภาษาท้องถิ่นได้อย่างคล่องแคล่วก็คือ การท�างานร่วมกับล่ามที่มี
ประสบการณ์และผ่านการฝึกอบรมซึ่งมีความละเอียดอ่อนต่อเรื่องการทรมานและวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงถือเป็น
กฎว่า ไม่ควรใช้ผู้ถูกควบคุมตัวด้วยกันเองเป็นล่าม นอกเสียจากว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์ได้เลือกบุคคลที่ตนไว้วางใจ
กฎเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ล่ามนี้ยังใช้กับกรณีที่บุคคลไม่ได้ถูกควบคุมตัวเช่นกัน ซึ่งการใช้บุคคลภายนอก
(คนท้องถิ่น) เป็นล่ามนั้นท�าได้ง่ายกว่ากรณีที่บุคคลถูกควบคุมตัวในเรือนจ�า
81

