Page 285 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 285
บทที่ 2
จรรยาบรรณที่เกี่ยวข้อง
48. บุคคลทุกวิชาชีพที่ปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพซึ่งก�าหนดคุณค่าที่มีอยู่ร่วมกันและการรับรู้
ในหน้าที่ของวิชาชีพตน อีกทั้งยังก�าหนดมาตรฐานทางจริยธรรมซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทั้งหลายพึงปฏิบัติตาม
มาตรฐานจรรยาบรรณได้รับการก�าหนดขึ้นใน 2 ลักษณะ คือ กฎเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติระหว่างประเทศซึ่ง
ก�าหนดขึ้นโดยองค์กร อย่างเช่น องค์การสหประชาชาติ และหลักจรรยาบรรณที่เป็นข้อบังคับของผู้ประกอบ
วิชาชีพดังกล่าว จัดท�าโดยองค์กรวิชาชีพที่เป็นตัวแทนของตนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ หลักจรรยา
บรรณวิชาชีพทั้งสองลักษณะไม่มีความแตกต่างกัน และล้วนแต่เน้นหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพที่มีต่อลูกความ
หรือผู้ป่วยแต่ละราย หน้าที่ต่อสังคมโดยรวม และหน้าที่ต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะด�ารงไว้ซึ่ง
เกียรติยศแห่งวิชาชีพ หน้าที่ดังกล่าวสะท้อนและเกื้อหนุนสิทธิซึ่งบุคคลทุกคนมีภายใต้กฎเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติ
ระหว่างประเทศ
A. จรรยาบรรณวิชาชีพนักกฎหมาย
49. เนื่องจากการเป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องความยุติธรรม ผู้พิพากษาจึงมีบทบาทพิเศษในการพิทักษ์สิทธิ
ของพลเมือง มาตรฐานระหว่างประเทศจึงก�าหนดหน้าที่ทางจริยธรรมของผู้พิพากษา เพื่อสร้างความมั่นใจว่า
สิทธิของปัจเจกชนจะได้รับการคุ้มครอง หลักการที่ 6 ของหลักการพื้นฐานของสหประชาชาติว่าด้วย
ความเป็นอิสระของตุลาการ (United Nations Basic Principles on the Independence of the Judiciary)
กล่าวว่า “หลักการว่าด้วยความเป็นอิสระของตุลาการ ได้ให้อ�านาจและหน้าที่แก่ศาลเพื่อให้เกิดหลักประกันว่า
การพิจารณาคดีของศาลจะเป็นไปโดยยุติธรรมและสิทธิของคู่ความจะได้รับการเคารพ” ในท�านองเดียวกัน
45
พนักงานอัยการมีหน้าที่ตามจรรยาบรรณวิชาชีพในการสืบสวนสอบสวนและสั่งฟ้องคดีอาญากรณีการทรมาน
ที่กระท�าโดยเจ้าหน้าที่รัฐ แนวทางปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยบทบาทของพนักงานอัยการ (United
Nations Guidelines on the Role of Prosecutors) มาตรา 15 ก�าหนดว่า “พนักงานอัยการจะต้องให้
45
ได้รับความเห็นชอบโดยที่ประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติครั้งที่เจ็ดว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระท�า
ความผิด (Seventh United Nations Congress on the Prevention of Crime and the Treatment of Offenders) ซึ่งจัดขึ้น
ที่กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคมถึง 6 กันยายน 1985 และได้รับการรับรองโดยมติสมัชชาสหประชาชาติ
ที่ 40/32 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1985 และ มติที่ 40/146 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 1985
39

