Page 52 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 52
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 51
(1) ก�รบัญญัติพระร�ชบัญญัติคว�มเท่�เทียมระหว่�งเพศ พ.ศ. 2558
(2) ก�รที่มีข้อกำ�หนดคณะกรรมก�รส่งเสริมสวัสดิก�รสังคมแห่งช�ติ พ.ศ. 2557 ระบุให้ “บุคคล
ข้�มเพศ” เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จ�กก�รจัดสวัสดิก�รสังคม และได้ให้นิย�มอย่�งชัดเจนกับคำ�ว่�
“คว�มหล�กหล�ยท�งเพศ” และ “บุคคลข้�มเพศ”
(3) ก�รยกเลิกก�รใช้คำ�ว่� “คว�มผิดปกติท�งจิตถ�วร” ในเอกส�รท�งร�ชก�รที่ใช้ในขั้นตอนก�ร
34
เกณฑ์ทห�ร คือ สด.43 โดยให้ระบุว่�ได้รับก�รยกเว้นเนื่องจ�กเป็นบุคคลที่ “เพศสถ�นะไม่ตรงกับเพศกำ�เนิด” แทน
(4) ก�รแก้ไขประมวลกฎหม�ยอ�ญ�ในปี พ.ศ. 2550 เพื่อขย�ยนิย�มของก�รข่มขืนให้รวมถึงก�ร
คุกค�มท�งเพศ และก�รข่มขืนคู่สมรส ไม่ว่�จะมีสถ�นะท�งเพศใด เป็นต้น
(5) สถ�บันก�รศึกษ�เริ่มยินยอมให้นิสิต นักศึกษ� ส�ม�รถแต่งเครื่องแบบของสถ�บันก�รศึกษ�
ต�มเพศกำ�เนิดหรือเพศที่แสดงออกก็ได้ 35
(6) ผลก�รสำ�รวจคว�มคิดเห็นของประช�ชนของศูนย์สำ�รวจคว�มคิดเห็น “นิด้�โพล” สถ�บัน
บัณฑิตพัฒนบริห�รศ�สตร์ (นิด้�) เรื่อง “สังคมไทยคิดอย่�งไรกับเพศที่ 3” เมื่อเดือนกรกฎ�คม 2562 เกี่ยวกับ
ทัศนคติที่มีต่อเพศที่ 3 ในประเด็นต่�ง ๆ ก็พบว่�มีผลสำ�รวจที่น่�สนใจ เช่น ประเด็นก�รยอมรับเพศที่ 3
36
ในสังคม ก็พบว่�ผลสำ�รวจส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.15 ส�ม�รถยอมรับเพศที่ 3 ได้ เพร�ะเห็นว่�ควรพิจ�รณ�
ที่คว�มส�ม�รถและนิสัยใจคอเป็นหลัก ไม่ควรเอ�เรื่องเพศม�เป็นก�รตัดสิน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลก�ร
สำ�รวจในประเด็นนี้เมื่อ ปี พ.ศ. 2558 พบว่�ส�ม�รถยอมรับได้อยู่ที่ ร้อยละ 88.72 ซึ่งถือว่�มีแนวโน้มที่ดี
ขึ้น หรือประเด็นของก�รที่จะอนุญ�ตให้เพศที่ 3 ส�ม�รถเปลี่ยนคำ�นำ�หน้�น�มได้ ก็พบว่� ส่วนใหญ่ ร้อยละ
54.49 ระบุว่�เห็นด้วย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลก�รสำ�รวจในประเด็นนี้เมื่อปี พ.ศ. 2558 พบว่� ผู้ที่เห็นด้วย
มีเพียงร้อยละ 39.44 ซึ่งก็ถือว่�มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน
(7) มีก�รนำ�เสนอร่�งพระร�ชบัญญัติรับรองสิทธิหลังก�รแปลงเพศ ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในระหว่�ง
ขั้นตอนเสนอให้สภ�ผู้แทนร�ษฎรพิจ�รณ� แต่ในบ�งมิติ ก็ยังมีข้อสงสัยว่�ยังมีก�รเลือกปฏิบัติปร�กฏอยู่หรือ
ไม่ เนื่องจ�กพัฒน�ก�รของบริบท และกระบวนทัศน์ของสังคมในเรื่องเพศสภ�พนั้นค่อนข้�งมีคว�มละเอียด
อ่อน ที่เป็นคว�มขัดแย้งกันระหว่�ง “ค่านิยมที่เป็นกระแสสากล กับ การยอมรับทางวัฒนธรรมท้องถิ่น”
โดยที่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติท�งกฎหม�ยที่ยังมีสภ�พบังคับใช้อยู่ หรือที่กำ�ลังจะมีผลบังคับใช้ในอน�คต
บ�งเรื่องที่มีปัญห�คว�มไม่ชัดเจนเกี่ยวกับก�รเลือกปฏิบัติในเรื่องของเพศสภ�พ อ�ทิ
แต่ในบ�งมิติก็ยังมีข้อสงสัยว่�ยังมีก�รเลือกปฏิบัติปร�กฏอยู่หรือไม่ เนื่องจ�กพัฒน�ก�รของบริบท
และกระบวนทัศน์ของสังคมในเรื่องเพศสภ�พนั้นค่อนข้�งมีคว�มละเอียดอ่อน ที่เป็นคว�มขัดแย้งกันระหว่�ง
“ค่�นิยมที่เป็นกระแสส�กล กับ ก�รยอมรับท�งวัฒนธรรมท้องถิ่น” โดยที่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติท�งกฎหม�ย
ที่ยังมีสภ�พบังคับใช้อยู่ หรือที่กำ�ลังจะมีผลบังคับใช้ในอน�คตบ�งเรื่องที่มีปัญห�คว�มไม่ชัดเจนเกี่ยวกับก�ร
เลือกปฏิบัติในเรื่องของเพศสภ�พ อ�ทิ
(1) ปัญห�เกี่ยวกับบทบัญญัติบ�งม�ตร�ของพระร�ชบัญญัติคว�มเท่�เทียมระหว่�งเพศ พ.ศ. 2558
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำ�คัญที่ใช้สร้�งบริบทและกระบวนทัศน์ในก�รรับรองเพศสถ�นะในสังคมไทยแต่ก็
ยังมีบ�งส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่�บทบัญญัติในม�ตร� 17 ของกฎหม�ยฉบับนี้ได้กำ�หนดข้อยกเว้นเฉพ�ะเอ�ไว้
ให้มีก�รเลือกปฏิบัติได้ห�กเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับคว�มเชื่อท�งศ�สน� ซึ่งก็มีบ�งส่วนมีคว�มเห็นว่�
อ�จจะไม่สอดคล้องกับม�ตรฐ�นสิทธิมนุษยชนส�กลว่�ด้วยก�รต่อต้�นก�รเลือกปฏิบัติ อันได้แก่
34 ต�มแนวคำ�วินิจฉัยของศ�ลปกครอง ที่ 1540/2554.
35
ประก�ศของจุฬ�ลงกรณ์มห�วิทย�ลัย เรื่อง ก�รแต่งก�ยของนิสิต ฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิก�ยน 2562.
36 ผลสำ�รวจนิด้�โพล, สังคมไทยคิดอย่�งไรกับเพศที่ 3 [Online], available URL:https://nidapoll.nida.ac.th/ survey _detail?survey_id=94
(October, 2020).

