Page 50 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 50
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 49
6) พระร�ชบัญญัติส่งเสริมและพัฒน�คุณภ�พชีวิตคนพิก�ร พ.ศ. 2550
กำ�หนดให้ยกเลิกกฎหม�ยเกี่ยวกับคนพิก�รฉบับเดิมคือพระร�ชบัญญัติก�รฟื้นฟูสมรรถภ�พ
คนพิก�ร พ.ศ. 2534 และกำ�หนดแนวท�งและปรับปรุงวิธีก�รในก�รส่งเสริมและพัฒน�คุณภ�พชีวิตคนพิก�ร
ให้มีคว�มเหม�ะสมกำ�หนดบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และคว�มคุ้มครองคนพิก�รเพื่อมิให้
มีก�รเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพร�ะเหตุสภ�พท�งก�ยหรือสุขภ�พ รวมทั้งให้คนพิก�รมีสิทธิได้รับ
สิ่งอำ�นวยคว�มสะดวกอันเป็นส�ธ�รณะและคว�มช่วยเหลืออื่นจ�กรัฐ
7) พระร�ชบัญญัติส่งเสริมก�รพัฒน�เด็กและเย�วชนแห่งช�ติ พ.ศ. 2550
กำ�หนดให้เด็กและเย�วชนทุกคนมีสิทธิได้รับก�รจดทะเบียนรับรองก�รเกิด ก�รพัฒน�
ก�รยอมรับ ก�รคุ้มครองและโอก�สในก�รมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่�ง ๆ อย่�งเท่�เทียม โดยไม่มีก�รเลือก
ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพร�ะเหตุแห่งคว�มแตกต่�งในเรื่องถิ่นกำ�เนิด เชื้อช�ติ ภ�ษ� เพศ อ�ยุ
คว�มพิก�ร สภ�พท�งก�ยหรือสุขภ�พ สถ�นะของบุคคล ฐ�นะท�งเศรษฐกิจหรือสังคม คว�มเชื่อ
ท�งศ�สน�และวัฒนธรรม ก�รศึกษ�อบรม คว�มคิดเห็นท�งก�รเมือง ก�รเกิดหรือสถ�นะอื่นของเด็ก
และเย�วชน บิด�ม�รด� หรือผู้ปกครอง
8) พระร�ชบัญญัติก�รจัดก�รศึกษ�สำ�หรับคนพิก�ร พ.ศ. 2551
กำ�หนดให้มีก�รจัดก�รศึกษ�สำ�หรับคนพิก�รโดยไม่เสียค่�ใช้จ่�ยตั้งแต่แรกเกิดหรือพบคว�มพิก�ร
จนตลอดชีวิต ต�มคว�มส�ม�รถ คว�มสนใจ และคว�มถนัด
9) พระร�ชบัญญัติคว�มเท่�เทียมระหว่�งเพศ พ.ศ. 2558
กำ�หนดท�งเลือกเกี่ยวกับก�รคุ้มครองและป้องกันสิทธิให้กับผู้ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
และส่งเสริมคว�มเท่�เทียมกันระหว่�งช�ยหญิง รวมถึงกลุ่มบุคคลที่มีคว�มหล�กหล�ยท�งเพศ ซึ่งถือเป็น
บทบัญญัติกฎหม�ยแรกของประเทศไทยที่มีก�รปกป้องคุ้มครองผู้ที่มีคว�มหล�กหล�ยท�งเพศ
10) พระร�ชบัญญัติก�รป้องกันและแก้ไขปัญห�ก�รตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559
กำ�หนดให้วัยรุ่น มีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเอง และมีสิทธิได้รับข้อมูลข่�วส�รและคว�มรู้
ได้รับก�รบริก�รอน�มัยก�รเจริญพันธุ์ ได้รับก�รรักษ�คว�มลับและคว�มเป็นส่วนตัว ได้รับก�รจัดสวัสดิก�ร
สังคมอย่�งเสมอภ�คและไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และได้รับสิทธิอื่นใดที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ต�มพระร�ชบัญญัตินี้
อย่�งถูกต้อง ครบถ้วนและเพียงพอ
นอกจ�กนี้ ยังมีประเด็นที่น่�สนใจอีกประก�ร คือ แม้ว่�ม�ตรก�รท�งกฎหม�ยของประเทศไทย
ในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับก�รเลือกปฏิบัติจะมีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหม�ยเฉพ�ะ
32
หล�ยฉบับ และแต่ละฉบับระบุถึงกรณีก�รเลือกปฏิบัติเฉพ�ะบ�งเหตุ แต่ในท�งปฏิบัติก็ยังคงปร�กฏ
ปัญห�เกี่ยวกับก�รเลือกปฏิบัติอยู่ประก�รหนึ่ง ก็คือ ในปัจจุบันกฎหม�ยไทยยังไม่มีก�รจำ�แนกก�รเลือกปฏิบัติ
ออกเป็น 2 รูปแบบ คือ “ก�รเลือกปฏิบัติโดยตรง” กับ “ก�รเลือกปฏิบัติโดยอ้อม” ซึ่งมีคว�มแตกต่�งไปจ�ก
กฎหม�ยสิทธิมนุษยชนระหว่�งประเทศและกฎหม�ยของบ�งประเทศ ที่มีก�รระบุจำ�แนกประเภท
ไว้อย่�งชัดเจน โดยในประเทศไทยจะคุ้นเคยกับก�รเลือกปฏิบัติโดยตรงที่หม�ยถึง “ก�รออกหลักเกณฑ์
ที่ไม่เสมอภ�คแก่บุคคลที่เหมือนกันในส�รสำ�คัญอย่�งเดียวกัน แต่ห�กเป็นหลักเกณฑ์ที่ปฏิบัติต่อบุคคล
แตกต่�งกันออกไปต�มลักษณะเฉพ�ะของแต่ละบุคคล ถือเป็นก�รปฏิบัติที่แตกต่�งกันต่อสิ่งที่มีส�ระสำ�คัญ
33
แตกต่�งกันจะไม่ถือเป็นก�รเลือกปฏิบัติ”
32 จ�ก โครงก�รวิจัยเรื่อง กฎหม�ยว่�ด้วยคว�มเสมอภ�คและก�รไม่เลือกปฏิบัติ (น. 12-15), โดย คณ�ธิป ทองรวีวงศ์ และกัณฑิม�
ช่�งทำ�, 2560, กรุงเทพมห�นคร: สำ�นักง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ.
33 แหล่งเดิม, น. 212-21.

