Page 49 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 49

48         วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                       ม�ตร� 26 บัญญัติว่� “ก�รตร�กฎหม�ยที่มีผลเป็นก�รจำ�กัดสิทธิหรือเสรีภ�พของบุคคลต้องเป็นไป
            ต�มเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ  ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้  กฎหม�ยดังกล่�วต้องไม่ขัด
            ต่อหลักนิติธรรม  ไม่เพิ่มภ�ระหรือจำ�กัดสิทธิหรือเสรีภ�พของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุและจะกระทบต่อ
            ศักดิ์ศรีคว�มเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้  รวมทั้งต้องระบุเหตุผลคว�มจำ�เป็นในก�รจำ�กัดสิทธิและเสรีภ�พไว้ด้วย
                       กฎหม�ยต�มวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นก�รทั่วไปไม่มุ่งหม�ยให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง
            หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นก�รเจ�ะจง”
                      ม�ตร� 27 “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหม�ยมีสิทธิและเสรีภ�พและได้รับคว�มคุ้มครองต�มกฎหม�ย
            เท่�เทียมกันช�ยและหญิงมีสิทธิเท่�เทียมกัน
                       ก�รเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่�ด้วยเหตุคว�มแตกต่�งในเรื่องถิ่นกำ�เนิด  เชื้อช�ติ
            ภ�ษ� เพศ อ�ยุ คว�มพิก�ร สภ�พท�งก�ยหรือสุขภ�พ สถ�นะของบุคคล ฐ�นะท�งเศรษฐกิจหรือสังคม
            คว�มเชื่อท�งศ�สน�  ก�รศึกษ�อบรมหรือคว�มคิดเห็นท�งก�รเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
            หรือเหตุอื่นใด จะกระทำ�มิได้
                       ม�ตรก�รที่รัฐกำ�หนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรค  หรือส่งเสริมให้บุคคลส�ม�รถใช้สิทธิหรือเสรีภ�พได้
            เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองหรืออำ�นวยคว�มสะดวกให้แก่เด็ก สตรี ผู้สูงอ�ยุ คนพิก�รหรือ
            ผู้ด้อยโอก�ส ย่อมไม่ถือว่�เป็นก�รเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต�มวรรคส�ม
                       บุคคลผู้เป็นทห�ร  ตำ�รวจ ข้�ร�ชก�ร เจ้�หน้�ที่อื่นของรัฐ และพนักง�นหรือลูกจ้�งขององค์กร
            ของรัฐย่อมมีสิทธิและเสรีภ�พเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ที่จำ�กัดไว้ในกฎหม�ยเฉพ�ะในส่วนที่เกี่ยวกับก�รเมือง
            สมรรถภ�พ วินัย หรือจริยธรรม”
                    2. บทบัญญัติของกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกปฏิบัติ
                       นอกจ�กรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหม�ยแม่บทแล้ว ยังมีบทบัญญัติของกฎหม�ยอื่นที่กำ�หนดหลักเกณฑ์

            เกี่ยวกับก�รเลือกปฏิบัติ ได้แก่
                       1) พระร�ชบัญญัติคุ้มครองแรงง�น พ.ศ. 2541
                       กำ�หนดให้น�ยจ้�งต้องให้สิทธิประโยชน์และสวัสดิก�รกับลูกจ้�งที่เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติ
            ต่อลูกจ้�งช�ยและหญิงโดยเท่�เทียมกันในก�รจ้�งง�นต�มสภ�พที่เหม�ะสม ห้�มล่วงเกิน คุกค�ม
            หรือก่อคว�มเดือดร้อนรำ�ค�ญท�งเพศต่อลูกจ้�ง
                       2) พระร�ชบัญญัติก�รศึกษ�แห่งช�ติ พ.ศ. 2542
                       กำ�หนดให้รัฐต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอก�สเสมอกันในก�รรับก�รศึกษ�ขั้นพื้นฐ�น  โดยไม่เก็บ
            ค่�ใช้จ่�ย รวมถึงจัดก�รศึกษ�ที่เหม�ะสมหรับบุคคลซึ่งมีคว�มบกพร่องท�งร่�งก�ย จิตใจ สติปัญญ� อ�รมณ์
            หรือมีร่�งก�ยพิก�รหรือทุพพลภ�พ หรือบุคคลซึ่งไม่ส�ม�รถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแล หรือด้อยโอก�ส
                       3)  พระร�ชบัญญัติก�รศึกษ�ภ�คบังคับพ.ศ. 2545
                     กำ�หนดให้มีก�รจัดสรรโอก�สเข้�ศึกษ�ต่อระหว่�งที่อยู่ในเกณฑ์ก�รศึกษ�ภ�คบังคับอย่�งเท่�เทียมกัน
            รวมถึงจัดก�รศึกษ�เป็นพิเศษสำ�หรับเด็กที่มีคว�มบกพร่องท�งร่�งก�ย จิตใจ สติปัญญ� อ�รมณ์ หรือมีร่�งก�ย
            พิก�รหรือทุพพลภ�พ
                       4) พระร�ชบัญญัติผู้สูงอ�ยุ พ.ศ. 2546
                       กำ�หนดให้ผู้สูงอ�ยุมีสิทธิได้รับก�รคุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุนในด้�นก�รบริก�รส�ธ�รณสุข
            เป็นกรณีพิเศษ  ก�รศึกษ�  และบริก�รข้อมูลข่�วส�รที่เป็นประโยชน์ต่อก�รดำ�เนินชีวิต ก�รประกอบอ�ชีพ
            ที่เหม�ะสม ก�รอำ�นวยคว�มสะดวกและคว�มปลอดภัยในอ�ค�ร สถ�นที่ ย�นพ�หนะหรือก�รบริก�รส�ธ�รณะอื่น
            ก�รจัดที่พักอ�ศัย อ�ห�รและเครื่องนุ่งห่มให้ต�มคว�มจำ�เป็นอย่�งทั่วถึง
                       5) พระร�ชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
                       กำ�หนดให้ต้องมีก�รปฏิบัติต่อเด็กโดยคำ�นึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและไม่ให้มีก�รเลือกปฏิบัติ
            โดยไม่เป็นธรรม
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54