Page 44 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 44

5.

                                                                           ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)  43
          5.   หลักความเสมอภาคตามคติพุทธ



                      ก�รถกเถียงในเรื่องบริบทของคว�มเสมอภ�คในรูปแบบที่แตกต่�งกันระหว่�ง Equality,Equity
               และ Justice หรือ Ethical issues กับ Modern technology ที่กล่�วม�ข้�งต้น ถือเป็นก�รถกเถียงกัน
               ภ�ยในกรอบอิทธิพลแบบสังคมตะวันตก  อันมีลักษณะเป็นแนวคิดท�งโลก  (Secularism)  ที่เน้นก�รพัฒน�
               คว�มเสมอภ�คของคนในสังคมในเชิงวัตถุนิยม อย่�งเช่นสิทธิท�งก�รเมือง เศรษฐกิจ แต่ห�กจะวิเคร�ะห์หลัก
               คว�มเสมอภ�คในท�งพระพุทธศ�สน�หรือเชิงคติพุทธที่มีลักษณะเป็นแนวคิดท�งธรรมะ  (Moralism)
               ที่ถือว่�มนุษย์ทุกคนล้วนตกอยู่ภ�ยใต้กฎธรรมช�ติสำ�คัญ 5 กฎ หรือกฎนิย�ม 5 อันได้แก่
              1.

                   อุตุนิยาม (physical laws)      คือ สิ่งแวดล้อมตัวมนุษย์ต่�ง ๆ เช่น อุณหภูมิ ดินฟ้�อ�ก�ศ
          2.       พืชนิยาม (biological laws)    คือ  ระบบของสิ่งมีชีวิต เช่น ก�รสืบพันธุ์ พันธุกรรม



              3.

                   จิตนิยาม (psychic law)        คือ ก�รทำ�ง�นของจิต เจตสิก
          4.        กรรมนิยาม (Karmic Laws)    คือ กฎแห่งกรรม หรือผลของก�รกระทำ�ต่�ง ๆ



              5.

                   ธรรมนิยาม (general laws)   คือ  กฎไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตต�



                      โดยกฎที่เกี่ยวข้องกับคว�มเสมอภ�คม�กที่สุดก็คือ กฎ “กรรมนิย�ม” (Karmic Laws) หรือ
                                                                                  23
               กฎแห่งกรรมนั่นเอง ดังพุทธพจน์ที่แสดงไว้ในพระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิก�ย สค�ถวรรค ว่�“บุคคลหว่�นพืช
               เช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำ�กรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำ�กรรมชั่วย่อมได้ผลชั่ว” และในพระสุตตันตปิฎก
                                             24
               ทีฆนิก�ย ป�ฏิกวรรค อัคคัญญสูตร  ที่ว่� “วรรณะทั้งสี่อันประกอบด้วย กษัตริย์ พร�หมณ์ แพศย์
               และศูทรนั้น  ส�ม�รถประพฤติได้ทั้งในท�ง “กรรม” ที่ดำ�และข�ว ผู้เลิศกว่�คนทั้งหล�ยในวรรณะสี่เหล่�นั้น
               โดยธรรมเท่�นั้น ไม่ใช่โดยอธรรม  เพร�ะธรรมเท่�นั้นประเสริฐที่สุดในหมู่ชนทั้งในโลกนี้และโลกหน้�”
                      กล่�วคือในท�งคติพุทธนั้นถือว่�มนุษย์ทุกคนมีคว�มเสมอภ�คและเท่�เทียมกันม�ตั้งแต่กำ�เนิด
               สิ่งที่ถือว่�เป็นธรรมกับชีวิตมนุษย์มีเพียงกฎนิย�ม 5 เท่�นั้น โดยจะมีกฎแห่งกรรมเป็นตัวกำ�หนดให้มนุษย์
               แต่ละคนที่เกิดม�มีลักษณะท�งก�ยภ�พหรือสถ�นะท�งสังคมที่แตกต่�งกันไป  ขึ้นอยู่กับกรรมดีหรือกรรมไม่ดี
               ที่ติดตัวม� ซึ่งแม้ว่�เมื่อเกิดม�แล้วจะมีชีวิตที่สูงส่ง อุดมด้วยล�ภยศและช�ติตระกูลป�นใดก็ยังถือว่�มี
                                                 ่
               หน้�ที่ที่จะต้องช่วยเหลือดูแลผู้อื่นที่เกิดม�ตำ�ต้อยด้อยโอก�สกว่�ตน  อันถือเป็นคุณธรรมพื้นฐ�นที่มนุษย์
               จะต้องมีให้แก่กัน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คว�มเสมอภ�ค ในคติพุทธนี้ หม�ยถึง หลัก “มัชฌิม�ปฏิปท�”
               หรือ “ท�งส�ยกล�ง” นั่นเอง เนื่องจ�กเป็นหลักที่ทำ�ให้สังคมมีคว�มสมดุลพอดี ไม่เอ�เปรียบกัน ไม่เห็นแก่ตัว
               ไม่สะสมม�กเกินไป แบ่งปันกัน ซึ่งคว�มเสมอภ�คในเชิงคติพุทธนี้ส�ม�รถแยกพิจ�รณ�ได้เป็น 2 ระดับ ได้แก่ 25




                       23 พระไตรปิฎก เล่มที่ 15.
                      24 พระไตรปิฎก เล่มที่ 11.
                      25 จ�ก “ก�รพัฒน�คว�มเสมอภ�คในสังคมเมืองเชิงพุทธบูรณ�ก�ร,” โดย วิภ�รัตน์ ธ�ร�ธีรภ�พ, 2560, ว�รส�รบัณฑิตศึกษ�ปริทรรศน์, 13
                (พิเศษ) เล่ม 1, น. 77-78.
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49