Page 94 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 94
ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563) 93
กำรประชุมว่ำด้วยควำมมั่นคงและควำมร่วมมือแห่งยุโรป (Conference on Security and
Co-operation in Europe – CSCE) ในส่วนที่เกี่ยวกับประเด็นด้ำนสิ่งแวดล้อม ณ กรุงเฮลซิงกิ
สำธำรณรัฐฟินแลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2518 ได้ให้ควำมส�ำคัญต่อกำรเคำรพสิทธิของบุคคล กลุ่มบุคคล และ
องค์กรต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้ำนสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สำมำรถแสดงควำมคิดเห็นได้อย่ำงเสรี
เพื่อให้มีกำรร่วมมือระหว่ำงกันและกำรอนุญำตให้มีกำรชุมนุมกันได้อย่ำงสันติ กำรรับและกำรกระจำย
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และกำรเข้ำมีส่วนร่วมในกำรอภิปรำยสำธำรณะในประเด็นที่เกี่ยวกับด้ำนสิ่งแวดล้อม
อย่ำงไรก็ตำม ในปี พ.ศ. 2537 ในรำยงำน Ksentini ได้ให้ควำมเห็นที่เน้นว่ำสิทธิในสิ่งแวดล้อม
เป็นหนึ่งในสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง ทั้งนี้ ตำมหลักกำรที่ 1 ของร่ำงหลักกำรว่ำด้วยสิทธิมนุษยชนและ
สิ่งแวดล้อม (Draft Principles on Human Rights and the Environment) ที่ผนวกเข้ำกับรำยงำน
ดังกล่ำวระบุว่ำ สิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมไม่สำมำรถแบ่งแยกออกจำกกันได้ ดังนั้น รำยงำนฉบับนี้จึง
เป็นกำรประกำศถึงกำรเปลี่ยนแปลงทำงควำมคิดเกี่ยวกับกำรด�ำรงอยู่ของสิทธิมนุษยชนในสิ่งแวดล้อม
ที่ดีและเหมำะสม ดังนั้น จึงเป็นเรื่องส�ำคัญที่ต้องศึกษำตรำสำรสิทธิมนุษยชนเพื่อให้เห็นถึงกำรด�ำรงอยู่
ของสิทธิมนุษยชนในสิ่งแวดล้อมที่สะอำด
7.3 สิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ในปัจจุบันยังไม่มีตรำสำรด้ำนสิทธิมนุษยชนฉบับใดที่มีบทบัญญัติเฉพำะที่ชัดเจนที่เกี่ยวกับ
สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือสิ่งแวดล้อมที่สะอำด นักวิชำกำรด้ำนกฎหมำยระหว่ำงประเทศได้แนะน�ำว่ำ
เพื่อประโยชน์สูงสุดจำกโครงสร้ำงทำงกฎหมำยระหว่ำงประเทศและกลไกเชิงสถำบันด้ำนสิทธิมนุษยชนที่
มีอยู่แล้วในปัจจุบันอย่ำงมีประสิทธิภำพและเข้มแข็ง จึงควรจะได้มีกำรศึกษำหรืออ้ำงอิงถึงตรำสำร
ระหว่ำงประเทศด้ำนสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้วด้วยเมื่อมีข้อขัดแย้งในประเด็นด้ำนสิ่งแวดล้อม
ในปัจจุบันมีตรำสำรด้ำนสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภำคจ�ำนวนหนึ่งที่ได้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับ
สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งถือว่ำเป็นสิทธิมนุษยชนในยุคที่ 3 เช่น ข้อ 24 ของกฎบัตรแอฟริกำว่ำด้วย
สิทธิมนุษยชนและสิทธิของประชำชน (ACHPR) และ ข้อ 11 ของพิธีสำรซำนซัลวำดอร์ (San Salvador
Protocol) ของอนุสัญญำอเมริกำว่ำด้วยสิทธิมนุษยชน (ACHR) ตัวอย่ำงเช่น ข้อ 24 ของ ACHPR
บัญญัติว่ำ “กำรคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมจะต้องเป็นกำรทั่วไป (general) เป็นที่น่ำพอใจ (satisfactory)
และเป็นประโยชน์ (favourable) ต่อกำรพัฒนำ” จำกบทบัญญัติดังกล่ำวอำจสรุปได้ว่ำพันธกรณี
ตำมอนุสัญญำข้อนี้ยังมีควำมคลุมเครือและท�ำให้นักวิชำกำรกล่ำวว่ำ ยังไม่มีสถำนะของสิทธิมนุษยชน
ที่จริงจังที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม นอกจำกควำมพยำยำมในกำรป้องกันมลพิษเท่ำนั้น อย่ำงไรก็ตำม
แม้สิทธิในยุคที่ 2 เช่น สภำพแวดล้อมที่ดีและสิทธิที่จะมีสภำพควำมเป็นอยู่ที่ดีจะได้รับกำรยอมรับ ก็ยัง
พบว่ำมีปัญหำควำมยำกในกำรปฏิบัติ เนื่องจำกประเทศในภูมิภำคแอฟริกำไม่มีทรัพยำกรบุคคลและ
กำรเงินที่เพียงพอในกำรจัดกำรหรือรับมือต่อปัญหำดังกล่ำว ดังนั้น สิทธิทั้งในยุคที่ 2 และยุคที่ 3
จึงมีแนวโน้มที่จะถูกผลักดันเพื่อกลับไปให้ควำมส�ำคัญต่อสิทธิในกำรพัฒนำ ซึ่งกำรพัฒนำนั้นจะมีรูปแบบ
อย่ำงไรก็ขึ้นอยู่กับกำรยอมรับของคนในสังคม
ในระดับนำนำชำตินั้น สิทธิในสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้รับกำรยอมรับที่ชัดเจนอย่ำงเป็นทำงกำร
มีเพียงกำรยกประเด็นเรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสิทธิใน
ด้ำนใดด้ำนหนึ่ง ยกตัวอย่ำงเช่น ในขณะที่ปฏิญญำสำกลว่ำด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ไม่ได้

