Page 43 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 43

42           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                       การได้มาซึ่งพยานหลักฐานในคดีอาญากับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน




                                                        1

                                                       บทน�า



                       หลักในกำรด�ำเนินคดีอำญำคือ  “หลักตรวจสอบค้นหาความจริง”  (Examination  Principle)

                                                                                          2
                 และด้วยประเทศไทยใช้หลักกำรด�ำเนินคดีอำญำโดยรัฐ (Public Prosecution)  ซึ่งกำร
                 ตรวจสอบค้นหำควำมจริง โดยเฉพำะจำกกำรด�ำเนินกำรของเจ้ำพนักงำนของรัฐในกำรแสวงหำพยำน
                 หลักฐำนต่ำง ๆ ซึ่งอำจได้แก่ พยำนบุคคล พยำนวัตถุ พยำนเอกสำร ด้วยวิธีกำรต่ำง ๆ อันส่งผลกระทบ
                 ต่อสิทธิและเสรีภำพของบุคคล เช่น มำตรกำรจับ ค้น คุมขัง กำรล่อซื้อ กำรดักฟังทำงโทรศัพท์

                 กำรเอำตัวบุคคลไว้ตำมกฎหมำยพิเศษ 3 วัน กำรสะกดรอย เป็นต้น มำตรกำรทำงกฎหมำยทั้งหลำย
                 เหล่ำนี้กฎหมำยให้อ�ำนำจเจ้ำพนักงำนของรัฐกระท�ำได้ภำยใต้เงื่อนไขของกฎหมำย เพื่อกำรได้มำซึ่งพยำน
                 หลักฐำนโดยให้กระท�ำเท่ำที่จ�ำเป็นและเป็นไปตำมเงื่อนไขของกฎหมำยอย่ำงเคร่งครัดเนื่องจำกมี
                 ผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งโดยหลักของกำรตรวจสอบค้นหำควำมจริงที่ต้องท�ำมี 2 ประกำร คือ

                       1. ข้อเท็จจริงของกำรกระท�ำควำมผิดที่เกิดขึ้นนั้น คือ พยำนบุคคล พยำนวัตถุ พยำนเอกสำร
                       2. ข้อเท็จจริงของตัวผู้กระท�ำควำมผิด  ได้แก่  ประวัติควำมเป็นมำ  ควำมประพฤติเป็นอำจิณ
                 สุขภำพอนำมัย รำยได้  ทรัพย์สิน ครอบครัว เป็นต้น
                       ซึ่งทั้ง 2 ประกำรนี้ เป็นกำรใช้อ�ำนำจของรัฐที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนของปัจเจกบุคคลทั้งสิ้น

                 ด้วยเหตุผลของกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท�ำควำมผิดอำญำของบุคคลหรืออำชญำกร
                 กำรคุ้มครองสังคมให้ปลอดภัย เหตุผลแห่งควำมชอบธรรมในกำรใช้อ�ำนำจของเจ้ำหน้ำที่รัฐจึงได้รับกำร
                 ยอมรับให้กระท�ำได้ แต่อย่ำงไรก็ตำม กำรใช้อ�ำนำจในกำรแสวงหำพยำนหลักฐำนก็ต้องมีกำรจ�ำกัดโดย
                 ใช้เท่ำที่จ�ำเป็นหรือให้อ�ำนำจเฉพำะไว้ภำยใต้เงื่อนไขตำมกฎหมำยอย่ำงชัดเจนให้กระท�ำได้เท่ำนั้น

                 มิฉะนั้น ก็จะมีผลเป็นกำรกระท�ำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและเป็นกำรปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมำย
                       ในคดีอำญำพยำนหลักฐำนทุกชนิดในคดีอำญำรับฟังได้  แต่ในเรื่องกำรได้มำซึ่งพยำนหลักฐำน
                 ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำได้บัญญัติข้อจ�ำกัดในกำรรับฟังพยำนหลักฐำนไว้ดังนี้
                       “มาตรา 226 พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคล ซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่าจ�าเลยมี

                 ความผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้แต่ต้องเป็นพยานชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ
                 มีค�ามั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น และให้สืบตามบทบัญญัติแห่งประมวล
                 กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยาน”







                       2  จำก หลักกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ, โดย ธำนี วรภัทร์, 2558, วิญญูชน, พิมพ์ครั้งที่ 2.
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48