Page 114 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 114
ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563) 113
2
ความเห็นและมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระท�าของเจ้าหน้าที่ต�ารวจ
(ผู้ถูกร้อง) เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แม้จะไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่เพียงพอจะรับฟังได้ว่า
ผู้ถูกร้องเป็นผู้ที่เผยแพร่ภาพถ่ายโดยตรง แต่การที่ผู้ถูกร้องเป็นผู้จัดท�าภาพถ่ายขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์และ
เป็นข้อมูลในส�านวนการสอบสวนคดีอาญา และมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพถ่ายของผู้ร้อง
ย่อมแสดงให้เห็นว่าภาพถ่ายของผู้ร้องถูกจัดท�าขึ้นและอยู่ในความครอบครองดูแลของเจ้าหน้าที่ต�ารวจ
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการควบคุมดูแลและขาดความระมัดระวังอย่างเพียงพอ จนท�าให้เกิดความ
เสียหายและกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้ร้องและบุคคลใกล้ชิดของผู้ร้อง จึงเป็นการละเลยการกระท�า
อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงให้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกัน
หรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อส�านักงานต�ารวจแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (1) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (1) ประกอบมาตรา 36 ดังนี้
ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน
(1) ควรตรวจสอบและด�าเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่ในสังกัดที่
กระท�าการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีการน�าภาพถ่ายผู้ร้องในขณะท�าทะเบียนประวัติผู้ต้องหา
และภาพถ่ายขณะผู้ร้องถูกสวมกุญแจมือไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ
(2) ควรก�าชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้ระมัดระวังในการส่งต่อภาพถ่ายของประชาชนที่ถูกจับกุม
ด�าเนินคดีไม่ให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายนอกน�าภาพถ่ายดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณะอันอาจกระทบ
ต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัวของประชาชนในลักษณะเดียวกับค�าร้องนี้อีก
3
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ด�าเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนี้
กองคดีอาญาส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ แจ้งว่า ได้แจ้งต�ารวจภูธรภาคให้ตรวจสอบและด�าเนินการ
ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่ในสังกัดที่กระท�าการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
และก�าชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้ระมัดระวังในการส่งต่อภาพถ่ายของประชาชนที่ถูกจับกุมด�าเนินคดี ไม่ให้
เจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายนอกน�าภาพถ่ายดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ อันอาจกระทบสิทธิในความเป็นอยู่
ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัวของประชาชนในลักษณะนี้อีก ต่อมาต�ารวจภูธรจังหวัดแจ้งว่า

