Page 107 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 107
106 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
โดยบุคคลข้ามเพศได้รับการปกป้องมากขึ้น อย่าง trans woman คือบุคคลที่เกิดเป็นชายแต่ข้ามเพศ
ไปเป็นหญิงก็ได้รับความคุ้มครองด้วย เพราะถือว่าเป็นสตรี และปี ค.ศ. 2016 เป็นต้นมาสหประชาชาติ
ได้มีมติแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับ sexual orientation and gender identity
(ในความหมายทั่วไปตามที่เข้าใจกันคือ LGBTI แต่สหประชาชาติ จะเรียกว่า “sexual orientation
and gender identity”)
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 สหประชาชาติมีกรอบเกี่ยวกับ sexual and reproductive rights
ค่อนข้างชัด และตอนนี้ได้ให้ความคุ้มครองสิทธิของมนุษย์จากความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติ
ว่าด้วยวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งจะพยายามให้ครอบคลุมประเด็นอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น
gender expression และ sex characteristics เป็นต้น
ก่อนที่สหประชาชาติจะมีแนวโน้มเรื่องเหล่านี้ นักวิชาการรวมถึงตัวผมเองได้ช่วยกันสรุป
กฎหมายระหว่างประเทศที่ยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่มี
ความหลากหลายทางเพศ คือ หลักการยอกยาการ์ตา (Yogyakarta Principles) ประกอบด้วยหลักการ
30 ข้อ ซึ่งไม่ใช่สนธิสัญญา เป็นเพียงการรวมกฎหมายระหว่างประเทศโดยนักวิชาการและ NGOs ระหว่าง
ประเทศ และเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ก็มี Yogyakarta Principles Plus 10 เสริมหลักเกณฑ์เดิมที่ไม่ได้
กล่าวถึงไว้ ช่วงนั้นมีการพูดเพียงเรื่อง gay กับ lesbian มี transgender บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้น
เกี่ยวกับ gay และ lesbian แต่พอมาถึงหลัก Plus 10 ก็มีเรื่องอื่น ๆ เข้ามา เช่น transgender intersex
gender expression และ gender marker ปัจจุบันหลักการยอกยาการ์ตามีน�้าหนักมากขึ้นเพราะ
ศาลน�าไปอ้าง เช่น ศาลในเอเชียอย่าง เนปาล ซึ่งอาจกลายเป็นหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศได้
3. ท่านมีมุมมองต่อหน้าที่ของรัฐในการรับรองและคุ้มครองสิทธิทางเพศของบุคคล
ที่มีความหลากหลายทางเพศในมิติทางนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่และการสมรส
อย่างไร และในประเทศไทยยังมีประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพราะเหตุวิถีทางเพศ
และอัตลักษณ์ทางเพศในเรื่องใดอีกบ้าง และรัฐควรจะให้ความคุ้มครองหรือการส่งเสริม
สิทธิมนุษยชนในเรื่องดังกล่าวอย่างไร
การตอบค�าถามนี้จะต้องพิจารณาปัญหาไปทีละประเด็น โดยยึดมาตรฐานสากลเป็นมาตรวัด
ไปทีละขั้นตอน เนื่องจากการให้ค�าตอบที่เป็นหลักการทั่วไปคงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าบางประเด็นก็ยัง
ปรากฏปัญหาการโต้แย้งที่ไม่อาจตกลงกันได้ในระดับกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ อย่างที่ผม
ยกตัวอย่างไปข้างต้นว่ายังมีอีกหลายประเทศที่ยังคงลงโทษความสัมพันธ์ทางเพศของบุคคลที่มีเพศ
เดียวกัน แต่หลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลไม่ยอมรับอีกต่อไปแล้ว ผมในฐานะที่ได้ท�าหน้าที่เป็น
ผู้เชี่ยวชาญอิสระฯ ได้วางกรอบหลักเกณฑ์สากลที่จะคุ้มครองบุคคลจากการป้องกันการใช้ความรุนแรง
และการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศไว้ 6 ประเด็นในรายงานเพื่อ
เสนอต่อสหประชาชาติในปี ค.ศ. 2016 ซึ่งยังคงใช้เป็นหลักเกณฑ์สากลมาจนปัจจุบัน โดยในกรณีของ
ประเทศไทย ผมขอตอบโดยเอาหลักเกณฑ์หกข้อดังกล่าวมาใช้ ดังนั้น ถ้าเอาตัวแปรต่าง ๆ มาประเมิน
กรณีประเทศไทย เบื้องต้นก็ท�าได้ดีในหลายส่วน แต่สิ่งที่ยังต้องพัฒนาก็ต้องช่วยกันผลักดันต่อไป คือ

