Page 111 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 111
110 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
การไม่ให้มีการกลั่นแกล้งกัน รวมถึงแนวทางของครูที่จะไม่ยอมให้มีการกลั่นแกล้งกันด้วย และฝ่ายที่
สาม คือครอบครัว ต้องสร้างความเข้าใจให้ครอบครัว พ่อแม่ต้องสร้างความเข้าใจในกติกาการอยู่ร่วม
กันให้แก่ลูก เช่น พ่อแม่ต้องสอนลูกให้เขาเข้าใจได้ว่าที่โรงเรียนอาจมีเพื่อนที่เป็นบุคคลที่มีความหลาก
หลายทางเพศซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น เรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องกับบุคคลทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกันแก้ไข
ส�าหรับกรณีการมีบุตรโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของบุคคลที่มี
ความหลากหลายทางเพศนั้น ประเด็นที่หนึ่ง คือ มองว่าเป็นการเอื้อเฟื้อด้านมนุษยธรรมหรืออาจเป็น
เพราะไม่ต้องการให้มีการแสวงหาประโยชน์ (exploitation) และประเด็นที่สอง คือ แนวคิดเกี่ยวกับ
ค�าว่า “ครอบครัว” ซึ่งเป็นเรื่องที่คุยกันในเวทีระดับโลก ถ้าเรามีแนวคิดเกี่ยวกับครอบครัวแบบแคบ
การฝากให้อุ้มท้องให้จะจ�ากัดมาก คือจะสามารถท�าได้เฉพาะกรณีบุคคลในครอบครัวซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน
เท่านั้น หลายประเทศที่มีมุมมองแบบ conservative จะมีแนวคิดเกี่ยวกับครอบครัวแคบมาก ไม่มอง การเผยแพรภาพถายของผูตองหา
ถึงเรื่อง LGBTI เลย แต่ผมเองคิดว่า ครอบครัวเป็นเรื่องที่กว้าง เพราะฉะนั้นในอนาคตเราก็อาจจะ
พัฒนากฎหมายใหม่ที่กว้างขึ้นมาได้ ส่วนประเด็นที่สาม คือ การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ในร่างเดิม ในระหวางควบคุมจนทำใหไดรับความเสียหาย
ของพระราชบัญญัติคู่ชีวิตไม่ได้ระบุไว้ ในทางปฏิบัติถ้า LGBTI ไปขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะขอได้
ยาก หลายคนจึงต้องการให้เรื่องนี้มีความชัดเจนมากขึ้นในร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต หรือถ้ามีกฎหมาย เปนการกระทำอันเปนการละเมิดสิทธ�มนุษยชน
แต่งงานก็ต้องให้ชัดเจนในเรื่องนี้ และมีเรื่องการรับบุตรบุญธรรมของคู่ของเขาด้วย ถ้าแต่งงานได้
มันจะง่ายขึ้นในแนวทางที่ให้เด็กคนนั้นเป็นบุตรของคู่ของเขาไปเลย แต่เรื่องนี้ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป
การตีความค�าว่า “ครอบครัว” ถ้ามองให้กว้างขึ้นก็ไม่ต้องไปยึดเอกสาร ไม่ต้องไปยึดการ
จดทะเบียน ในระบบคอมมอนลอว์ก็ยอมรับในระดับหนึ่งถึงแม้จะไม่จดทะเบียน แต่จดทะเบียนดีกว่า
เพราะมีเรื่องทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในแนวคิดของผมคือพยายามมองให้กว้างขึ้น คนที่ไม่แต่งงาน
ก็เป็นครอบครัวได้ ไม่จ�าเป็นต้องมีสองคนที่เป็นชายและหญิง แต่ก็อย่าลืมว่าบางฝ่ายก็มีแนวคิดแบบ
อนุรักษ์นิยม หรือแม้แต่ครั้งสุดท้ายของการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยหรือ ผูสรุปและเร�ยบเร�ยง: ดร. รจนศม สุบงกช
UPR (Universal Periodic Review) ก็มีบางประเทศที่เชิญชวนให้ประเทศไทยเห็นด้วยกับการมอง
ครอบครัวในแบบแคบ แต่ประเทศไทยไม่เห็นด้วยเพราะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเห็นว่า ถ้ามองครอบครัว
ในแบบแคบจะไม่เป็นคุณต่อแนวโน้มของประเทศไทยที่จะเปิดกว้างมากขึ้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐ
อย่างเดียวแต่เป็นเรื่องของประชาสังคมที่ต้องช่วยกันด้วย
ท้ายที่สุดนี้ อยากจะฝากถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครอง
มนุษย์จากความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติ (violence and discrimination) ต่อบุคคลที่มีความ
หลากหลายทางเพศ เพราะอาณัติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกว้างกว่ากรอบกฎหมายไทย
โดยต้องค�านึงถึงหลักสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นในแง่ที่ดีด้วย
ขอบคุณมากครับ

