Page 105 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 105
104 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
กลุ่มข้ามเพศสามารถเปลี่ยนแปลงค�าน�าหน้านามในเอกสารได้โดยไม่ต้องผ่าตัด อเมริกาใต้ก็เป็นไปใน
แนวทางนี้ ส�าหรับประเทศไทยต้องแบ่งระหว่างกลุ่ม intersex คือ กลุ่มที่มีสองอวัยวะหรือมีอวัยวะพิเศษ
ทางชีวภาพ กับกลุ่ม transgender กรณีกลุ่ม intersex ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วสามารถ
ขอเปลี่ยน ID (ค�าน�าหน้านามรวมถึงเพศในเอกสารทะเบียนราษฎร) ได้ แต่กลุ่ม transgender จะขอ
เปลี่ยนแปลงค�าน�าหน้านามในเอกสารไม่ได้ ไม่เหมือนบางประเทศ เช่น เนปาล หรือปากีสถาน
เมื่อสองปีที่ผ่านมากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้พยายามริเริ่มร่างกฎหมาย
ใหม่ขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มข้ามเพศสามารถเปลี่ยน ID ได้ แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจเดิม
ที่ว่าต้องมีการผ่าตัด ซึ่งผมก็ได้ให้ความเห็นไปแล้วว่าตามแนวสากลไม่จ�าเป็นจะต้องมีการผ่าตัดแปลงเพศ
เพราะอัตลักษณ์ทางเพศเป็นความรู้สึกของบุคคล เป็นจิตวิญญาณที่ไม่จ�าเป็นต้องไปมองเรื่อง
อวัยวะแต่อย่างใด จึงไม่น่าจะต้องผ่าตัดและน่าจะสอดคล้องกับแนวโน้มของสหประชาชาติ ยุโรป
และอเมริกาใต้ด้วย
เดิมองค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO) ถือว่า กลุ่ม gay หรือ lesbian
เป็นกลุ่มที่มีความผิดปกติทางจิตใจ เพราะเป็น medicalization และ pathologization (คือท�าให้เป็น
เรื่องทางการแพทย์ และเรื่องทางพยาธิสภาพ) ท�าให้บัญชีการจ�าแนกโรค (classification) ของ WHO
ไปยึดว่าสภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นสภาพที่มี “ความไม่สบาย” หรือ “ความไม่
สมบูรณ์ทางการแพทย์” ซึ่งได้ยกเลิกไปประมาณปี ค.ศ. 1990 แต่การยกเลิกโดย WHO กว่าจะท�าให้
classification ทางการแพทย์ของแต่ละประเทศเปลี่ยนแปลงไปก็ใช้เวลาหลายปี ดังนั้น หากเรายอมรับ
ว่ามนุษย์มีความหลากหลายได้ทั้งเรื่องเพศและเพศสภาพก็จะเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องทางการ
แพทย์ กรณีประเทศไทยเคยมีบัญชีจ�าแนกโรคก�าหนดว่า บุคคลดังกล่าวโดยเฉพาะกลุ่ม gay และ
กลุ่ม lesbian เป็นกลุ่มที่ไม่สมบูรณ์ทางจิตใจ แต่ขณะนี้ได้ตัดออกจากบัญชีจ�าแนกโรคแล้ว ซึ่งใช้เวลาหลาย
ปีกว่าจะเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม กลุ่ม transgender ยังได้รับผลกระทบอยู่ แต่ที่ตั้งข้อสังเกตคือ ค�าว่า
dysphoria (ภาวะความไม่พึงพอใจในเพศของตน) กับ incongruence (การมีพฤติกรรมที่แปลกออก
ไปหรือไม่ธรรมดา) ก็ยังก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติได้ เดิมจัดอยู่ใน classification ของโรค (disease)
แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่อง sexual health ซึ่งดีกว่าเดิมที่ไม่
ถือว่าเป็นโรค แต่แม้จะกลายเป็นเรื่อง sexual health แล้ว
ก็อาจมีการเลือกปฏิบัติได้เหมือนกันทั้งในกลุ่ม transgender
และกลุ่ม intersex ซึ่งก็ต้องมาพิจารณาว่า classification
จะพัฒนาต่อไปอย่างไร เพราะบางกลุ่มในกลุ่ม transgender
หรือกลุ่ม intersex ยังต้องการการเข้าถึงกระบวนการทางการ
แพทย์หรืออนามัย เช่น ยา ฮอร์โมน หรือการผ่าตัด ซึ่งอาจ
จะง่ายกว่าถ้ายังอยู่ใน classification ปัจจุบัน มากกว่าที่
จะบอกว่าไม่เป็น incongruence เลย พอก�าหนดว่าเป็น
incongruence ก็ยังเกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ รัฐก็น่าจะให้
ความคุ้มครองในเรื่องของการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์
(access to medical service) และเรื่องนี้มักจะเกี่ยวกับเรื่อง

