Page 85 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 85

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  83



                    หากวิเคราะหกันโดยทั่วไปจะพบวา  กฎหมายสิ่งแวดลอมระหวางประเทศนั้นมีลักษณะเดนที่

             เกินกวาลักษณะกฎหมายทั่วไป โดยมีการพยายามนําเอาหลักกฎหมาย มาตรการทางกฎหมาย รวมทั้ง
             กลไกตาง ๆ ทั้งทางแพง ทางอาญา และทางปกครอง มาบัญญัติไว มีสนธิสัญญาพหุภาคีประมาณ 300 ฉบับ
             และสนธิสัญญาทวิภาคี 900 ฉบับ เกี่ยวกับการคุมครองสิ่งแวดลอมรวมถึงตําราอื่น ๆ อีก 200 กวาเลม
             ที่จัดทําโดยองคกรระหวางประเทศตาง ๆ โดยหลักการที่อภิปรายกัน คือ สิทธิในสิ่งแวดลอมหมายถึง
             สาระสําคัญในสิทธิที่เกี่ยวของกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่บุคคลทุกคนพึงมีและไดรับ

             โดยสิทธินี้แบงแยกไมไดและติดตัวทุกคนมาตั้งแตเกิด  ในภาษากฎหมายเรียกสิทธิที่เปนแกนนี้วาเปน
             “สิทธิเชิงเนื้อหา” (Substantive Rights)  ซึ่งสิทธิกลุมนี้แยกตางหากจากสิทธิในเชิงกระบวนการ
             (Procedural Rights) ซึ่งเปนเสมือนเสนทางหรือวิถีทาง (Means) ที่นําไปสูสิทธิในสิ่งแวดลอมเชิงเนื้อหา

             กลาวโดยสรุปคือสิทธิในสิ่งแวดลอมแบงเปนสิทธิในสิ่งแวดลอมเชิงเนื้อหาและสิทธิในสิ่งแวดลอม
             ในเชิงกระบวนการที่เปรียบเสมือนกฎหมายดานสารบัญญัติและวิธีสบัญญัตินั่นเอง
                    อยางไรก็ตาม หากพิจารณาถึงสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดลอมในบริบทของอนุสัญญาระหวาง
             ประเทศวาดวยสิ่งแวดลอม จะพบวาอนุสัญญาเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมสวนใหญ   จะรับเอาหลักการใน
                                                                            2
             เรื่องความสัมพันธระหวางมนุษยและสิ่งแวดลอมมาจากปฏิญญาสตอกโฮลมและปฏิญญาริโอ โดยยัง

             ไมมีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมอันเปนสิทธิเชิงเนื้อหาไวโดยตรง และแมอนุสัญญาตาง ๆ จะมีฐานะ
             เปน Hard Law ซึ่งมีผลกําหนดพันธกรณีใหแกรัฐภาคี แตประเด็นในเรื่องความสัมพันธระหวางมนุษย
             หรือสิทธิของมนุษยและสิ่งแวดลอมจะถูกบัญญัติไวเพียงในลักษณะของหลักการ และมักปรากฏอยู

             ในสวนอารัมภบทหรือ Preamble มากกวาที่จะมีการกําหนดเปนพันธกรณีใหรัฐภาคีในอันที่จะตอง
             คุมครองสิ่งแวดลอม เนื่องจากมีความสําคัญหรือมีความเชื่อมโยงกับสิทธิของมนุษย นอกจากนี้
             จากการพิจารณาตัวอยางอนุสัญญาระหวางประเทศวาดวยสิ่งแวดลอมตาง ๆ ขางตน ไมวาจะเปน
             อนุสัญญาวาดวยสิ่งแวดลอมในดานธรณีภาค อากาศภาค ชีวภาค และอุทกภาค ตางก็มีการกลาวถึง
             ความสัมพันธระหวางมนุษยและสิ่งแวดลอม แตจะเปนการกลาวถึงในลักษณะเปนหลักการหรือ

             กรอบแนวคิดที่เปนขอตระหนักหรือแนวทางในการปฏิบัติของรัฐภาคี ไมไดมีสถานะเปนพันธกรณี
             แตอยางใดเวนแตในเรื่องสิทธิของชนพื้นเมืองและชุมชนทองถิ่นที่ไดมีการกลาวถึงไวอยางชัดเจนใน
             Convention on Biological Diversity แตก็ยังคงเปนประเด็นที่ตองพิจารณากันตอไปวาการกลาวถึง

             สิทธิของชนพื้นเมืองและ ชุมชนทองถิ่นเชนนี้เพียงพอที่จะแสดงใหเห็นถึงการเชื่อมโยงระหวาง
             การคุมครองสิ่งแวดลอมและสิทธิมนุษยชนแลวหรือไม  อนึ่ง  ถึงแมสิทธิในสิ่งแวดลอมอันเปนสิทธิ
             เชิงเนื้อหายังไมมีการรับรองอยางชัดเจนในอนุสัญญาระหวางประเทศวาดวยสิ่งแวดลอมตาง ๆ แตในทางกลับกัน








                    2  อนุสัญญาดานสิ่งแวดลอมเหลานี้ เชน อนุสัญญาวาดวยชนิดพันธุที่มีการเคลื่อนยายถิ่น อนุสัญญาแรมซาร หรืออนุสัญญา
             วาดวยพื้นที่ชุมนํ้า อนุสัญญาบาเซิล (Basel Convention) อนุสัญญาวอชิงตัน (Washington Convention) อนุสัญญาวาดวยการคา
             ระหวางประเทศ ซึ่งชนิดสัตวปาและพืชที่ใกลสูญพันธ อนุสัญญาวาดวยความหลากหลายทางชีวภาพ ฯลฯ.
   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90