Page 86 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 86

84          วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน


            สิทธิเชิงกระบวนการกลับไดรับการรับรองไวในอนุสัญญาระหวางประเทศวาดวยสิ่งแวดลอม

            จํานวนมาก
                   นอกจากนี้ ขอบกพรองในกฎหมายสิ่งแวดลอมระหวางประเทศ คือ บทบัญญัติจํานวนมากจะ
            ถูกนํามาใชเฉพาะเมื่อมีอันตรายมหันต  ทั้งที่อันตรายเหลานั้นถูกคาดการณเอาไวลวงหนาจาก
            นักวิทยาศาสตรมาเปนเวลานานแลว รวมทั้งไดเตือนใหตระหนักถึงความหายนะ (เชน กรณีโรงไฟฟา
            เชอรโนบิล ฯลฯ) แตการบังคับใชกฎหมายก็ยังลาหลังและเชื่องชา ทั้ง ๆ ที่บทบัญญัติทางกฎหมาย

            สิ่งแวดลอมเหลานั้น  มีบทบาทสําคัญในการปกปองสิ่งแวดลอมระหวางประเทศเพราะรัฐสวนมาก
            ไมคอยสรางความตระหนักในหายนะดานสิ่งแวดลอม แตเนนไปที่การปกปองสิ่งแวดลอมเปนปญหายอย
            มากกวา

                   ในการสงเสริมสิทธิมนุษยชนดานสิ่งแวดลอมนั้น  ประชาชนควรไดรับการเขาถึงขอมูลดาน
            สิ่งแวดลอมไดงายขึ้นและควรขยายบทบาทการดูแลไปใหถึงศาล  เพราะจะเกิดบรรทัดฐานที่ดีตอ
            การดําเนินการ  ปญหาที่สําคัญ  คือ  เมื่อบุคคลเผชิญกับปญหาการคุกคามและทําลายสิ่งแวดลอม
            การพยายามยืนยันสิทธิของตนตอหนาหนวยงาน และดําเนินการฟองรองตอศาล อันเปนความพยายาม
            ที่จะปกปองตนเองจากการถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานซึ่งเปนอันตรายตอสิ่งแวดลอมมักลมเหลว

            เพราะตองดําเนินการอยางมากมายและดําเนินการดวยความยากลําบาก นอกจากสิทธิในการเขาถึง
            ขอมูลดานสิ่งแวดลอม (Right to Access to Information) ยังมีสิทธิในการมีสวนรวมเชิงสาธารณะ
            ในกระบวนการตัดสินใจดานสิ่งแวดลอม (Right to Public Participation in Decision - making)

            และสิทธิในการเขาถึงความยุติธรรมดานสิ่งแวดลอม (Right to Environmental Justice)
            สิทธิเหลานี้เปนรากฐานในดานสิทธิมนุษยชนดานสิ่งแวดลอมที่ประชาชนควรรับรูและมีกลไกของรัฐ
            ใหการสนับสนุนคุมครอง
                   อยางไรก็ตาม  หากพิจารณาดานสิทธิมนุษยชนในกฎหมายสิ่งแวดลอมระหวางประเทศ
            การคุมครองสิ่งแวดลอมไดกลายเปนปญหาความกังวลของโลก  แตกฎหมายสิ่งแวดลอมระหวางประเทศมี

            ลักษณะเปนสนธิสัญญาและมีการยืนยันหลักการสําคัญบางประการที่นาสนใจ คือ การพยายามจะไป
            คุมครองถึงสิทธิมนุษยชนในอนาคต โดยนําเอาแนวคิดเรื่องความยั่งยืน หลักการปองกันไวกอน
            หลักการความรับผิดเชิงสาเหตุ และความตองการปกปองสิ่งแวดลอมสําหรับคนรุนอนาคตผาน

            หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน  เสมือนวาหลักความยั่งยืนเปนการวางแนวทางสิทธิมนุษยชนดานสิ่งแวดลอมใหกับ
            คนรุนใหม (Next generations) ไดรับรูวาเขามีสิทธิไดรับดวย
                   ปจจุบัน สหประชาชาติไดออกกรอบแนวคิดสิทธิมนุษยชนกับสิ่งแวดลอม (Framework
            Principles on Human Rights and Environment) ออกมาโดยมีหลักการที่นาสนใจ 3 ประการ คือ
                   ขอ   1 มนุษยเปนสวนหนึ่งของธรรมชาติและสิทธิมนุษยชนเชื่อมโยงกับสภาพแวดลอมที่มนุษย

            อยูอาศัย การทําลายสิ่งแวดลอมเทากับเปนการแทรกแซงสิทธิมนุษยชนในการที่จะไดรับความรื่นรมย
            ในชีวิตของมนุษย และการดําเนินการดานสิทธิมนุษยชนจะชวยปกปองคุมครองสิ่งแวดลอมและสงเสริม
            การพัฒนาที่ยั่งยืน
   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91